Hong Kong · Kaohoon
BCP เด้ง 5% โบรกชู SAF หนุน Q3 โตแรง ลุ้นอีบิทด้าทะลุ 2 พันล้าน แนะ “ซื้อ” เป้า 56 บาท
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 ต.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ณ เวลา 10:05 น. อยู่ที่ระดับ 52.00 บาท บวก 2.50 บาท หรือ 5.05% ราคาสูงสุด 52.25 บาท ราคาต่ำสุด 50.75 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 300.57 ล้านบาท
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 ต.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ณ เวลา 10:05 น. อยู่ที่ระดับ 52.00 บาท บวก 2.50 บาท หรือ 5.05% ราคาสูงสุด 52.25 บาท ราคาต่ำสุด 50.75 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 300.57 ล้านบาท
- บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า โครงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ของบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) ซึ่ง BCP ถือหุ้นในสัดส่วน 80% ถือเป็นโครงการผลิต SAF
- โรงงาน SAF ของ BCP มีกำลังการผลิตประมาณ 7 พันบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 1 ล้านลิตรต่อวัน และเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤษภาคม 2569 ด้วยเงินลงทุนประมาณ 8.5 พันล้านบาท ต่ำกว่าต้นทุนการสร้างโรงงานแบบ Stand-alone
- บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มองว่า โครงการ SAF มีความสามารถในการทำกำไรในระดับสูง เมื่อเทียบเงินลงทุนประมาณ 8.5 พันล้านบาท กับ EBITDA ที่ทำได้ราว 1 พันล้านบาทจากการเดินเครื่องเพียงบางส่วนของไตรมาส 2/2569 สะท้อนประสิทธิภาพของโครงการที่โดดเด่น
- ในด้านผลประกอบการ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดว่า ธุรกิจ SAF จะเริ่มสร้างผลกำไรเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรกในไตรมาส 3/2569 และมีโอกาสสร้าง EBITDA มากกว่า 2 พันล้านบาทในไตรมาสดังกล่าว
- ในแง่กำลังการผลิต โครงการ SAF เพิ่มกำลังการผลิตใหม่เข้าสู่พอร์ตของ BCP อีกประมาณ 7 พันบาร์เรลต่อวัน จากฐานกำลังการกลั่นเดิมรวมประมาณ 294 พันบาร์เรลต่อวัน และยังมีโอกาสเติบโตเพิ่มเติมในอนาคต โดยฝ่ายบริหารมีแนวทางเพิ่มกำลังการผลิตอีกราว 50%
Summary
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า โครงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ของบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) ซึ่ง BCP ถือหุ้นในสัดส่วน 80% ถือเป็นโครงการผลิต SAF แบบ Stand-alone แห่งแรกของประเทศไทย โดยตั้งอยู่ภายในพื้นที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง
โครงการดังกล่าวใช้วัตถุดิบหลักจากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว รวมถึงวัตถุดิบทางเลือกอื่น และใช้เทคโนโลยี Hydroprocessed Esters and Fatty Acid (HEFA) จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เพื่อผลิต Neat SAF รวมถึงผลิตภัณฑ์ร่วม เช่น Bio-LPG และ Bionaphtha โดยมีกำลังการผลิตเริ่มต้นประมาณ 1 ล้านลิตรต่อวัน
นอกจากนี้ โครงการยังได้รับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในช่วง 8 ปีแรก และได้รับการลดหย่อนภาษี 50% ในช่วง 5 ปีถัดไป ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ