Thansettakij
ผ่าทางตัน “ไฮสปีด 3 สนามบิน” ดร.สามารถ เบรกรัฐหั่นสเปกทางคู่-มิสซิ่งลิงก์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ดร.สามารถ เตือนรัฐบาลเร่งผ่าทางตัน "ไฮสปีด 3 สนามบิน" ชี้เอกชนใช้สิทธิ์ตามสัญญาขอเลิกได้ ค้านหั่นสเปกเป็นรถไฟทางคู่ทำลายพื้นที่ EEC แนะยอมเจรจาโปร่งใส ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ
Key facts
- ย้ำรัฐเร่งเจรจา ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ 7 ปี
- โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลลค่า 2.24 แสนล้านบาท ที่มีคู่สัญญาระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี) สัญญาสัมปทาน 50 ปี
- เอกชนใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ชี้อำนาจตัดสินใจอยู่ที่ รฟท.
- ล้มสัญญา-เปิดประมูลใหม่ แนะรัฐลงทุนเพิ่ม
- ถึงมุมมองวิกฤตโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่า กรณีที่เอกชนขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาโครงการฯ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นั้นในทางกฎหมายเอกชนผู้รับสัมปทาน หรือบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี)
- นอกจากนี้ ปัจจุบันการบริหารเดินรถไฟไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้มีการขยายเวลาให้เอกชนคู่สัญญาเดินรถต่ออีก 4 เดือน จนถึงเดือนมกราคม 2570 ซึ่งการตัดสินใจของรัฐบาลจึงต้องตัดสินใจให้เร็วที่สุด
Summary
ดร.สามารถ ชี้ว่าโครงการไฮสปีด 3 สนามบินกำลังหยุดชะงัก หากการเจรจาระหว่าง รฟท. และเอกชนไม่สำเร็จ อาจต้องเข้าสู่กระบวนการศาลปกครองซึ่งจะทำให้โครงการล่าช้ายืดเยื้อ
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลลค่า 2.24 แสนล้านบาท ที่มีคู่สัญญาระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี) สัญญาสัมปทาน 50 ปี หนึ่งในเมกะโปรเจ็กต์ที่ยืดเยื้อมานานหลายปี จนปัจจุบันยังไม่สามารถหาทางออกได้ว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อ
เสนอทางออกให้รัฐเร่งเจรจาหาข้อยุติโดยเร็วที่สุด หรือหากไม่สำเร็จให้ยกเลิกสัญญาและเปิดประมูลใหม่ โดยรัฐต้องเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเพื่อจูงใจเอกชนรายใหม่