สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
ผู้ว่าฯ นราธิวาส ลงพื้นที่ติดตามเหตุระเบิดหน้าปั๊ม PT ตากใบ พบพนักงานเจ็บ 2 ราย สั่งเร่งดูแล ด้านฝ่ายความมั่นคงปิดกั้นพื้นที่เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและเก็บหลักฐาน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสติดตามสถานการณ์เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน PT อำเภอตากใบอย่างใกล้ชิด พร้อมลงพื้นที่ให้กำลังใจพนักงานสถานีบริการน้ำมัน และผู้ได้รับผลกระทบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปิดกั้นพื้นที่ เร่งตรวจสอบวัตถุพยานและรวบรวมหลักฐาน ล่าสุดมีรายงานพนักงานปั๊มได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
Key facts
- วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 20.50 น. ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาฯ จังหวัดนราธิวาส รายงานว่าเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน PT บริเวณบ้านปูลานิบง ถนนทางหลวงหมายเลข 4327 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
- แรงระเบิดส่งผลให้บริเวณสถานีบริการน้ำมันและทรัพย์สินบางส่วนได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบพบว่ามีพนักงานได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย คือ นายฮามะไซดี อายุ 35 ปี ส่วนรายที่สอง นางสาวซาวีเต๊าะ อูมา อายุ 33 ปี โดยทั้งคู่ มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ
- หากประชาชนพบเห็นบุคคล ยานพาหนะ หรือสิ่งผิดปกติ รวมถึงมีข้อมูลหรือเบาะแสที่อาจเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ สามารถแจ้ง สายด่วนความมั่นคง 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและเฝ้าระวังพื้นที่
- ตลอดจนกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลผู้บาดเจ็บ ตรวจสอบความเสียหาย และดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
Summary
แรงระเบิดส่งผลให้บริเวณสถานีบริการน้ำมันและทรัพย์สินบางส่วนได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบพบว่ามีพนักงานได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย คือ นายฮามะไซดี อายุ 35 ปี ส่วนรายที่สอง นางสาวซาวีเต๊าะ อูมา อายุ 33 ปี โดยทั้งคู่ มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลตากใบเพื่อให้แพทย์รักษาอย่างเร่งด่วน และล่าสุดแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว
ภายหลังเกิดเหตุ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมนายกฤษฎา สุขสบาย นายอำเภอตากใบ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้ลงพื้นที่ไปตรวจจุดเกิดเหตุ เพื่อให้กำลังใจพนักงานสถานีบริการน้ำมัน และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว ตลอดจนกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลผู้บาดเจ็บ ตรวจสอบความเสียหาย และดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
หากประชาชนพบเห็นบุคคล ยานพาหนะ หรือสิ่งผิดปกติ รวมถึงมีข้อมูลหรือเบาะแสที่อาจเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ สามารถแจ้ง สายด่วนความมั่นคง 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและเฝ้าระวังพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำและลดผลกระทบต่อประชาชน