สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
ผู้ว่าฯ นราธิวาส แถลงข่าว กำลัง 3 ฝ่าย ตรวจยึดยาไอซ์ 600 กก. มูลค่า 90 ล้านบาท ที่ อ.ตากใบ เร่งขยายจับกุมเครือข่าย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นำแถลงผลการตรวจยึดยาไอซ์ล็อตใหญ่ น้ำหนักรวมประมาณ 600 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 90 ล้านบาท หลังเจ้าหน้าที่สนธิกำลังตรวจค้นบ้านพักของเจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่งในพื้นที่ตำบลนานาค อำเภอตากใบ พร้อมสั่งเร่งขยายผลถึงบุคคลและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สินตามกฎหมาย
Key facts
- คดีนี้สืบเนื่องจากชุดปฏิบัติการยาเสพติด กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และชุดขยายผลคดียาเสพติด กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดนราธิวาส พร้อมกำลัง 3 ฝ่าย
- ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสยาเสพติดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 สายด่วนตำรวจ 191 และสายด่วนสำนักงาน ป.ป.ส. 1386
- ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคงและการปราบปรามยาเสพติด ตามแนวทางของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ทุกจังหวัดทำงานในรูปแบบ
- ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ระบุว่า คดีนี้เกิดจากการแจ้งเบาะแสของประชาชน จนนำไปสู่การตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมาก โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการให้พ้นจากหน้าที่ พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
Summary
โดยมี พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน กองทัพเรือ /ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ นายอนิรุทธ บัวอ่อน ปลัดจังหวัดนราธิวาส และนายกฤษฎา สุขสบาย นายอำเภอตากใบ
จากการตรวจค้นบ้านเลขที่ 49/1 เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์บรรจุในกระสอบจำนวน 30 กระสอบ กระสอบละประมาณ 20 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 600 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 90 ล้านบาท จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ระบุว่า คดีนี้เกิดจากการแจ้งเบาะแสของประชาชน จนนำไปสู่การตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมาก โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการให้พ้นจากหน้าที่ พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส ขณะเดียวกันกำชับพนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผล หากพบความเชื่อมโยงถึงบุคคลใดจะดำเนินการตามกฎหมายทุกราย