The Standard
ภราดรเข้าแจง กมธ.งบฯ แก้ปัญหา กยศ. ขาดสภาพคล่อง เล็งแบ่งอัตราดอกเบี้ย 2 ระดับ-อุดรอยรั่วใบรับรองความจน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ด้วยตนเอง ถึงแนวทางแก้ไขปัญหา กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขาดสภาพคล่อง หลังพบผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้สูงถึง 2.6 ล้านคน เล็งพิจารณาปรับโครงสร้างดอกเบี้ย 2 ระดับ พร้อมประสานของบกลาง 1,200 ล้านบาท ช่วยเหลือนักเรียนที่รอการจัดสรรเงินกู้ยืมกว่า 1.4 หมื่นคน
Key facts
- ภราดรระบุในที่ประชุมว่า ปัญหาของ กยศ. ในปัจจุบันเป็นผลกระทบจากการแก้ไขกฎหมายเมื่อปี 2566 ที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่ 0-1% และลดเบี้ยปรับเพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืมในขณะนั้น
- ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ด้วยตนเอง ถึงแนวทางแก้ไขปัญหา กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขาดสภาพคล่อง
- วันนี้ (1 ตุลาคม) ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ที่มี รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. จัดประชุมติดตามการแก้ไขปัญหา กยศ. โดยมี ภราดร ปริศนานันทกุล
- อัดฉีดงบกลางช่วยนักเรียนค้างท่อ-จ่อจัดกลุ่มลูกหนี้
- กมธ. หนุนใช้มาตรการเด็ดขาด-ยกเลิกใบรับรองความจน
Summary
แต่ผลที่ตามมาคือผู้กู้บางส่วนเลือกที่จะไม่ชำระเงินคืน หรือนำเงินไปชำระหนี้สินอื่นที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า ปัจจุบันมีผู้กู้ในระบบเกือบ 4 ล้านคน แต่เป็นลูกหนี้ชั้นดีเพียง 1 ล้านคน ขณะที่มีลูกหนี้ผิดนัดชำระสูงถึง 2.6 ล้านคน ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและการหมุนเวียนเงินของกองทุนอย่างหนัก จนทำให้ กยศ. ต้องขอจัดสรรงบกลางเพิ่มขึ้นทุกปี
วันนี้ (1 ตุลาคม) ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ที่มี รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. จัดประชุมติดตามการแก้ไขปัญหา กยศ. โดยมี ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมชี้แจง
กลุ่มที่มีรายได้แล้วแต่ไม่ยอมชำระเงินคืน ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่และเป็นความท้าทายหลัก หากกลุ่มนี้ชำระเงินคืนเพียงแค่งวดเดียว กองทุนจะสามารถหมุนเวียนต่อไปได้ โดยระบุว่าหากมีความจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อบริหารจัดการลูกหนี้กลุ่มนี้ก็พร้อมดำเนินการ