Matichon
สศช.ชูแผนพัฒนาฯฉบับ14 Thailand’s Next Agenda
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หมายเหตุ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2569 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “แผน 14 : เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม Thailand’s Next Agenda” ส่วนนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาฯสภาพัฒน์ กล่าวในหัวข้อ “นำเสนอร่าง 14 เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม” ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 30 กันยายน
Key facts
- หมายเหตุ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2569 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “แผน 14 :
- นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยคือ ผลิตภาพ (Productivity) ขยายตัวต่ำ ปี 2568 ขยายตัวเพียง 1.2% ไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนประเทศและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ขณะที่ความสามารถการแข่งขันของประเทศอยู่อันดับ 26 แม้ดีขึ้นจากอันดับ 30
- ก ารจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (ปีงบประมาณ 2571-2575) ในครั้งนี้ สศช.ยึดเป้าหมายสำคัญว่าจะต้องไม่ใช่เป็นเพียงแค่เอกสารทางวิชาการ รวมทั้งต้องเป็นแผนนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง มีจุดเน้นชัดเจน เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม
- คือการสร้างความเชื่อมั่นร่วมกันว่าประเทศไทยสามารถทำได้จริง ระยะถัดไปสภาพัฒน์จะเร่งดำเนินการยกร่างรายละเอียดและกำหนดแนวทางการพัฒนาในแต่ละมิติ เพื่อผลักดันให้แผนพัฒนาฯฉบับดังกล่าวสามารถประกาศใช้ได้อย่างเป็นทางการในปีงบประมาณ 2571
Summary
แ ผน 14 ต้องปลดล็อกข้อจำกัดของประเทศไทย ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และเปลี่ยนการพัฒนาให้เป็นรายได้ โอกาส และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคมสูงวัย และสภาพภูมิอากาศ เหตุการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ สะท้อนว่าการพัฒนาประเทศคือ ความสามารถของประเทศ ในการทำให้ประชาชนใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ทั้งในวันที่สถานการณ์เป็นปกติ และในวันที่เกิดวิกฤต
ประเทศไทยมีศักยภาพทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรและอาหาร บริการ การแพทย์ และการท่องเที่ยว แต่ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยเติบโตช้ากว่าศักยภาพ เผชิญข้อจำกัดจากผลิตภาพ การเข้าถึงทุนและเทคโนโลยีของธุรกิจขนาดเล็ก ขณะที่ระบบราชการและกฎระเบียบบางส่วนยังเป็นอุปสรรคต่อโอกาสทางเศรษฐกิจ ในเวลาเดียวกัน ประเทศไทยก็กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว จำนวนคนวัยทำงานลดลง แต่ภาระในการดูแลสุขภาพและสวัสดิการเพิ่มขึ้น ขณะที่เทคโนโลยี โดยเฉพาะเอไอ ก็กำลังเปลี่ยน
เราจะไม่แข่งขันด้วยแรงงานราคาถูก ทรัพยากรราคาถูก หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะแข่งขันด้วยคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี มาตรฐาน และความสามารถของคนไทย ใช้ประโยชน์จากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และระบบขนส่งโลจิสติกส์ที่ได้เปรียบ