Kaohoon
โบรกชี้ GUNKUL ดีล GULF หนุนงบแกร่ง ลุ้นแบ็กล็อก EPC เพิ่ม 7 พันล้าน ชูเป้า 8.70 บาท
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 30 ก.ย.2569 มีมุมมองเชิงบวกต่อ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ภายหลังบริษัทจำหน่ายหุ้นในสัดส่วน 50% ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจำนวน 12 โครงการให้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนรวม 336.7 เมกะวัตต์
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 30 ก.ย.2569 มีมุมมองเชิงบวกต่อ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ภายหลังบริษัทจำหน่ายหุ้นในสัดส่วน 50%
- เป็นการจำหน่ายสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่ถือครองโครงการพลังงานหมุนเวียนรวม 12 โครงการ โดยกำลังการผลิตตามสัดส่วน 336.7 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 88.2 เมกะวัตต์, โครงการ Solar+BESS 16.5 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม
- ในส่วนของนโยบายเงินปันผล ฝ่ายวิจัยระบุว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้บริษัทมีแผนลงทุนในโครงการใหม่ โดยประเมินว่าเงินปันผลต่อหุ้นมีโอกาสไม่ต่ำกว่าระดับเดิมที่ 0.12 บาทต่อหุ้น ขณะที่ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทจ่ายเงินปันผลแล้ว
- GUNKUL และราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ที่ 8.70 บาท
- ฝ่ายวิจัยมองว่า แม้การทำรายการครั้งนี้จะทำให้ GUNKUL ลดสัดส่วนผลประโยชน์จากโรงไฟฟ้าเหลือ 50% แต่จะแลกมาด้วย ฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น และเพิ่มความสามารถในการรองรับการลงทุนโครงการใหม่ โดยเฉพาะโอกาสจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ
Summary
ทั้งนี้ มูลค่าการจำหน่ายอยู่ที่ 466.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 1.39 ล้านบาทต่อ Equity MW เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงพัฒนา โดย บล.หยวนต้า คาดว่าธุรกรรมดังกล่าวจะทำให้ GUNKUL รับรู้กำไรพิเศษเพียงเล็กน้อย และไม่มีนัยสำคัญต่อกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569
สำหรับการทำรายการดังกล่าว เป็นการจำหน่ายสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่ถือครองโครงการพลังงานหมุนเวียนรวม 12 โครงการ โดยกำลังการผลิตตามสัดส่วน 336.7 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 88.2 เมกะวัตต์, โครงการ Solar+BESS 16.5 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 232.0 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ หรือ COD ระหว่างปี 2570-2573
ฝ่ายวิจัยมองว่า แม้การทำรายการครั้งนี้จะทำให้ GUNKUL ลดสัดส่วนผลประโยชน์จากโรงไฟฟ้าเหลือ 50% แต่จะแลกมาด้วย ฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น และเพิ่มความสามารถในการรองรับการลงทุนโครงการใหม่ โดยเฉพาะโอกาสจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP ฉบับใหม่ในอนาคต