Thairath
“อนุทิน” ลงนามถอนสัญชาติไทย “เอรีล” ฝ่าฝืนเงื่อนไข-ใช้สัญชาติเดิมปกปิดข้อเท็จจริง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“นายกฯ อนุทิน” ลงนามถอนสัญชาติไทย “เอรีล บลัสทีน” พบฝ่าฝืนเงื่อนไข-ใช้สัญชาติเดิมปกปิดข้อเท็จจริง หากปล่อยไว้อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง
Key facts
- วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในประกาศถอนสัญชาติไทย “นายเอรีล บลัสทีน”
- พบฝ่าฝืนเงื่อนไข-ใช้สัญชาติเดิมปกปิดข้อเท็จจริง หากปล่อยไว้อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ให้ถอนสัญชาติไทยของนายเอรีล บลัสทีน และประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน โดยประกาศ ณ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569
- ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ถอนสัญชาติไทย ระบุว่า นายเอรีล บลัสทีน บุคคลสัญชาติไทย ซึ่งเดิมมีสัญชาติอิสราเอล ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตามมาตรา 10 ประกอบมาตรา 11 (1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508
- เข้าข่ายกรณีที่อาจถูกถอนสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 เนื่องจากปรากฏหลักฐานว่ายังคงใช้สัญชาติเดิม และมีการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
Summary
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในประกาศถอนสัญชาติไทย “นายเอรีล บลัสทีน” อดีตบุคคลสัญชาติอิสราเอล หลังปรากฏหลักฐานว่ายังคงใช้สัญชาติเดิมภายหลังได้รับสัญชาติไทย และมีการปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถืออีกสัญชาติหนึ่ง ซึ่งเป็นสาระสำคัญในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ถอนสัญชาติไทย ระบุว่า นายเอรีล บลัสทีน บุคคลสัญชาติไทย ซึ่งเดิมมีสัญชาติอิสราเอล ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตามมาตรา 10 ประกอบมาตรา 11 (1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 โดยมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีสัญชาติไทยโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 และจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562
จากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานดังกล่าว เข้าข่ายกรณีที่อาจถูกถอนสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 เนื่องจากปรากฏหลักฐานว่ายังคงใช้สัญชาติเดิม และมีการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย โดยเฉพาะการปกปิดการมีสัญชาติอุรุกวัย ซึ่งหากปล่อยไว้เนิ่นช้าอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชนและสาธารณรัฐ