← Back to KHAO

อดีตผู้พิพากษา ชี้ หมอสรณ หมดอำนาจแล้ว ร่วมมือเลขาฯกสทช.ฝืนนัดบอร์ดถก เสี่ยงคดีอาญา

2 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.

KHAO Verified

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ให้สัมภาษณ์เจาะลึกถึงข้อกฎหมายกรณีคุณสมบัติและอำนาจหน้าที่ของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความชัดเจนทางกฎหมายแล้ว หลังจากศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 กันยายน 69 ที่ผ่านมา โดยมีผลคำพิพากษาศาลปกครองกลาง และสภาพบังคับของคำสั่งทางปกครองแล้ว

Key facts

Summary

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ให้สัมภาษณ์เจาะลึกถึงข้อกฎหมายกรณีคุณสมบัติและอำนาจหน้าที่ของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความชัดเจนทางกฎหมายแล้ว หลังจากศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 กันยายน 69 ที่ผ่านมา โดยมีผลคำพิพากษาศาลปกครองกลาง และสภาพบังคับของคำสั่งทางปกครองแล้ว

“เมื่อไม่มีคำสั่งสั่งทุเลาการบังคับจากศาล คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช.ที่ชี้ว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ จึงถือเป็นคำสั่งทางปกครองที่มีผลชอบด้วยกฎหมายและมีสภาพบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ทันที แม้ว่าฝ่าย นพ.สรณ จะสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ก็ตาม แต่ตราบใดที่ไม่มีคำสั่งทุเลา คำสั่งทางปกครองเดิมก็ยังมีผลบังคับอยู่อย่างชัดเจน” นายวัส ระบุ

นายวัส กล่าวด้วยว่า นพ.สรณ ไม่มีอำนาจปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธาน กสทช. อีกต่อไป ดังนั้น การที่ นพ.สรณ ร่วมกับ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาเลขาธิการ กสทช. กำหนดนัดประชุม กสทช. ในวันที่ 1 และ 2 ตุลาคมนั้น ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากหมดอำนาจในการสั่งการแล้ว หาก นพ.สรณ และรักษาการเลขาธิการ กสทช. ยังคงดึงดันปฏิบัติหน้าที่หรือจัดประชุมต่อไป สุ่มเสี่ยงที่จะทำถูกดำเนินคดีอาญาต่อไปได้ กรรมการ กสทช. ท่านอื่นๆ สามารถดำเนินการดำเนินคดีอาญา กับทั้ง นพ.สรณ และเลขาธิการ

ในส่วนของปมปัญหาคุณสมบัตินั้น นายวัส ระบุว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 วันก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง เนื่องจาก นพ.สรณ ไม่ได้ลาออกจากทุกตำแหน่งอย่างเสร็จสิ้น แม้จะลาออกจากตำแหน่งพนักงานของโรงพยาบาลรามาธิบดี แต่ยังคงมีสถานะเป็นลูกจ้างรับค่าจ้างอยู่ การอ้างเหตุผลว่าต้องดูแลรักษาคนไข้โรคหัวใจอย่างต่อเนื่องนั้น ไม่สามารถนำมาเป็นข้อยกเว้นทางกฎหมายได้ เพราะตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ผู้ที่จะเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์กรอิสระหรือ กสทช. จะต้องลาออกจากทุกตำแหน่งล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน