Matichon
คลัง ชงครม. ผลคัดกรองบัตรสวัสดิการ 2569 ผ่านเกณฑ์ 11.22 ล้านคน ชี้คนไม่ผ่าน ติดกรรมสิทธิ์รถมากสุด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 29 กันยายน รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ จะมีการรายงานผลตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 หลังคณะทำงาน Steering มีมติเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา จากที่มีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 18.82 ล้านคน
Key facts
- เมื่อวันที่ 29 กันยายน รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ จะมีการรายงานผลตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 หลังคณะทำงาน Steering มีมติเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา
- เมื่อจำแนกผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติ พบว่า 56.1% หรือประมาณ 4.26 ล้านราย ไม่ผ่านเกณฑ์เดียว ขณะที่อีก 43.9% หรือกว่า 3.33 ล้านราย ไม่ผ่านตั้งแต่ 2 เกณฑ์ขึ้นไป
- นอกจากนี้ ยังพบผู้ไม่ผ่านจากเงื่อนไขบุคคลไม่เข้าข่าย 1,387,569 ราย มีทรัพย์สินทางการเงินเกินเกณฑ์ 862,629 ราย และมีบัตรเครดิต 254,173 ราย ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียน 1 รายอาจไม่ผ่านคุณสมบัติมากกว่า 1 เกณฑ์
Summary
ผลการตรวจสอบพบว่า มีผู้ผ่านคุณสมบัติ 11.22 ล้านคน หรือ 59.63% ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด ขณะที่มีผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติ 7.6 ล้านคน หรือ 40.37% โดยผู้ผ่านคุณสมบัติ แบ่งเป็น ผู้ผ่านจากการตรวจสอบรอบปกติ 9,506,531 คน และผ่านเพิ่มเติมจากกระบวนการทบทวนสิทธิอีก 1,716,933 คน
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและเห็นว่าข้อมูลอาจคลาดเคลื่อนหรือไม่เป็นปัจจุบัน ยื่นขอทบทวนสิทธิผ่านช่องทางของโครงการ โดยกระทรวงการคลังระบุว่า ณ วันที่ 26 ส.ค.2569 มีผู้ยื่นทบทวนสิทธิ 4,767,301 ราย จากผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติเดิม 9,314,253 ราย และขยายเวลายื่นขอทบทวนสิทธิได้ถึงวันที่ 31 ส.ค.2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทะเบียนแก้ไขข้อมูลและรักษาสิทธิของตนเอง ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอีกครั้ง
ทั้งนี้ ข้อมูลผู้ผ่านคุณสมบัติหลังการทบทวนสิทธินี้ กระทรวงการคลังจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. เพื่อรับทราบผลการตรวจสอบและประกอบการดำเนินโครงการในขั้นตอนต่อไป โดยรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิและขั้นตอนสำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติให้ยึดประกาศอย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังเป็นหลัก