Matichon
เชิดชายฟาดเขมร 9 เดือนยังไม่หยุดกล่าวหาไทย ชี้สันติภาพยั่งยืนเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 28 กันยายน ตามเวลาในนครนิวยอร์ก นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำกัมพูชา ได้ใช้สิทธิในการตอบโต้ต่อถ้อยแถลงของคณะผู้แทนกัมพูชาซึ่งมีนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 26 กันยายน ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 81 ซึ่งมีการพูดพาดพิงถึงประเทศไทย
Key facts
- เมื่อวันที่ 28 กันยายน ตามเวลาในนครนิวยอร์ก นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำกัมพูชา ได้ใช้สิทธิในการตอบโต้ต่อถ้อยแถลงของคณะผู้แทนกัมพูชาซึ่งมีนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 26 กันยายน
- นายเชิดชายระบุว่า เป็นเวลากว่า 9 เดือนแล้วนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ เป็นเรื่องน่าเสียใจอย่างยิ่งที่กัมพูชายังคงเผยแพร่ข้อกล่าวหาที่ปราศจากมูลความจริงต่อประเทศไทย
- เรายังคงยึดมั่นอย่างเต็มที่ต่อข้อตกลงหยุดยิง และยังคงใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด มาตรการทั้งหมดที่ไทยดำเนินการนั้นสอดคล้องอย่างสมบูรณ์กับแถลงการณ์ร่วมที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568
- (IDPs) จำนวน 20,000 คนที่กัมพูชากล่าวอ้างนั้น แท้จริงแล้วเป็นชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งประเทศไทยได้เปิดไว้เป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เรื่องนี้มีหลักฐานและเอกสารบันทึกไว้อย่างชัดเจน
Summary
นายเชิดชายระบุว่า เป็นเวลากว่า 9 เดือนแล้วนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ เป็นเรื่องน่าเสียใจอย่างยิ่งที่กัมพูชายังคงเผยแพร่ข้อกล่าวหาที่ปราศจากมูลความจริงต่อประเทศไทย การกระทำดังกล่าวขัดแย้งกับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีของไทยและกัมพูชาได้ตกลงกันไว้ที่เมืองเซบู ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน และยังถือเป็นความพยายามอีกครั้งที่จะสร้างภาพลักษณ์เชิงลบให้กับประเทศไทย
สิ่งเหล่านี้ทำให้เราจำเป็นต้องย้อนกลับไปทบทวนถึงจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่กัมพูชาได้เปิดเผยเนื้อหาการสนทนาทางโทรศัพท์ส่วนตัวระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศไปเปิดเผยต่อสาธารณะ เหตุการณ์ที่ทหารไทยต้องสูญเสียอวัยวะจากทุ่นระเบิดของกัมพูชาที่ถูกนำมาวางใหม่ และเหตุการณ์ที่จรวดของกัมพูชายิงเข้ามาในดินแดนไทยและทำให้พลเรือนชาวไทยผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต รวมถึงผู้หญิงและเด็ก
ผมขอชี้แจงข้อเท็จจริงให้ถูกต้องว่า ผู้พลัดถิ่นชาวกัมพูชา ซึ่งรวมถึงกลุ่ม “ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ” (IDPs) จำนวน 20,000 คนที่กัมพูชากล่าวอ้างนั้น แท้จริงแล้วเป็นชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งประเทศไทยได้เปิดไว้เป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เรื่องนี้มีหลักฐานและเอกสารบันทึกไว้อย่างชัดเจน กัมพูชาและไทยต่างก็ทราบเรื่องนี้ดี