Matichon
ผูกขาด ‘เอทานอลบริสุทธิ์-เกรดอุตฯ’ ศก.ไทยสูญเสียแสนล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ในขณะที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยต่างชูนโยบาย “เศรษฐกิจสีเขียว” (Green Economy) และประกาศหมุดหมาย ให้ประเทศไทยก้าวไปสู่สังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) แต่ในความเป็นจริง กลับมี “ข้อตลกร้ายเชิงโครงสร้าง” ที่กีดกันขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศมายาวนานกว่าทศวรรษ นั่นคือการ “ล็อกสเปก-ผูกขาดตลาด” ในอุตสาหกรรมเอทานอล
Key facts
- เร่งออกประกาศอธิบดีกรมสรรพสามิตทันที : กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตให้โรงงานเอทานอลเชื้อเพลิงทั้ง 28 แห่ง สามารถผลิตและขายเอทานอลเกรดบริสุทธิ์และเกรดอุตสาหกรรมได้อย่างเสรีและเป็นธรรม
- ปัจจุบัน โรงงานผลิตเอทานอลสำหรับเชื้อเพลิงจำนวน 28 แห่งทั่วประเทศไทย กำลังเผชิญกับภาวะ “อุปทานส่วนเกิน”
- สร้าง Ecosystem เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) : ปลดล็อกให้อุตสาหกรรม Bio-Ethylene เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และเคมีชีวภาพสามารถเติบโตในประเทศ ช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบต้นน้ำ กลางน้ำดึงดูดการลงทุนต่างชาติ (FDI) ในกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทคสีเขียว
- ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถผลิตเอทานอลบริสุทธิ์ได้เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมทั้งประเทศ อีกทั้งประสิทธิภาพการผลิตต่ำ ต้นทุนสูง ต้องขายในราคา 50-60 บาทต่อลิตร ในขณะที่โรงงานเอทานอลอื่นของไทยสามารถผลิตและขายได้เพียง 30-35
- – 19 พฤศจิกายน 2568 : สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ส.ล.ค.) ส่งร่างกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. … ให้ ส.อ.ท.พิจารณา ซึ่งเปิดทางให้ผู้ผลิตเอทานอลเชื้อเพลิงสามารถขายในอุตสาหกรรมอื่นได้ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
- – 24 พฤศจิกายน 2568 : ส.อ.ท.มีหนังสือตอบกลับ เห็นชอบกับการปลดล็อกกฎหมาย และเสนอแนวทางการกำกับดูแลที่เหมาะสมรวมทั้งรายชื่อกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ
Summary
– อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ (Bio-Ethylene/Bio-PE): หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ
ปัจจุบัน โรงงานผลิตเอทานอลสำหรับเชื้อเพลิงจำนวน 28 แห่งทั่วประเทศไทย กำลังเผชิญกับภาวะ “อุปทานส่วนเกิน” อย่างรุนแรง ด้วยกำลังการผลิตรวมกว่า 7 ล้านลิตรต่อวัน แต่ยอดการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ในภาคการขนส่งกลับมีแนวโน้มชะลอตัวลงเรื่อยๆ ตามการเข้ามาของยานยนต์ไฟฟ้า ผลลัพธ์ที่ตามมาคือผู้ผลิตเอทานอลต้นน้ำต้องแบกรับภาระสต๊อกเอทานอลล้นคลัง และเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง ต้องสุ่มเสี่ยงกับราคารับซื้อพืชผลที่ผันผวนและตกต่ำ
ที่ผ่านมาประเทศไทยกำหนดเกณฑ์ทางกฎหมายให้โรงงานเอทานอล 28 แห่ง สามารถผลิตและขายเอทานอลเพื่อวัตถุประสงค์เดียวเท่านั้นคือ “ผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง” หากจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นในประเทศถือว่าผิดกฎหมาย!