Thairath
ทรัมป์ประกาศโครงการโรงถลุงเหล็ก 15,000 ล้านดอลลาร์ในรัฐไอโอวา คาดเริ่มผลิตปี 2573
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศโครงการโรงถลุงเหล็กมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ในรัฐไอโอวา คาดเริ่มผลิตปี 2573 สร้างงานถาวรกว่า 1,700 ตำแหน่ง การประกาศมีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม
Key facts
- โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศโครงการโรงถลุงเหล็กมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ในรัฐไอโอวา คาดเริ่มผลิตปี 2573 สร้างงานถาวรกว่า 1,700 ตำแหน่ง การประกาศมีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม
- บริษัท Mesabi Metallics อยู่ภายใต้การถือครองของ Essar Group กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจากอินเดีย ซึ่งลงทุนมากกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 83,000 ล้านบาท ในการพัฒนาเหมืองแร่เหล็กในรัฐมินนิโซตา
- โครงการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ที่มุ่งส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ โดยทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม 50% เมื่อปีที่แล้ว โดยให้เหตุผลว่าต้องการสนับสนุนการผลิตภายในประเทศและดึงการลงทุนกลับเข้าสหรัฐฯ
- รายงานข่าวระบุว่า บริษัท Mesabi Metallics ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในรัฐมินนิโซตาเป็นผู้พัฒนาโครงการ คาดว่าจะเริ่มผลิตเหล็กได้ในปี 2573 ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัท Mesabi Metallics เพิ่งเปิดเหมืองแร่เหล็กแห่งใหม่ในรัฐมินนิโซตา
Summary
วันที่ 28 กันยายน 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศโครงการก่อสร้างโรงถลุงเหล็กมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 500,000 ล้านบาท ในรัฐไอโอวา โดยข้อมูลจากทำเนียบขาวระบุว่า โครงการนี้จะสร้างงานประจำมากกว่า 1,700 ตำแหน่ง และในระยะแรกของการก่อสร้างจะมีการจ้างงานประมาณ 5,000-6,000 ตำแหน่ง ขณะที่โรงงานมีกำลังการผลิตระยะแรกประมาณ 7.5 ล้านตันต่อปี และมีกำหนดเริ่มผลิตในปี 2573
บริษัท Mesabi Metallics อยู่ภายใต้การถือครองของ Essar Group กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมจากอินเดีย ซึ่งลงทุนมากกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 83,000 ล้านบาท ในการพัฒนาเหมืองแร่เหล็กในรัฐมินนิโซตา โดยโครงการใหม่จะเชื่อมกระบวนการผลิตตั้งแต่เหมืองแร่ไปจนถึงโรงงานผลิตเหล็กภายในสหรัฐฯ
โครงการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ที่มุ่งส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ โดยทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม 50% เมื่อปีที่แล้ว โดยให้เหตุผลว่าต้องการสนับสนุนการผลิตภายในประเทศและดึงการลงทุนกลับเข้าสหรัฐฯ ขณะที่รัฐบาลระบุว่าภาษีดังกล่าวเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมเหล็กครั้งนี้ ขณะที่โครงการนี้ยังมีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย.