Prachachat
“วราวุธ” ชงนายกฯ ปลดล็อกเกณฑ์แหล่งน้ำ 2 ล้านคิว เปิดทางทำ “แก้มลิง” รับมวลน้ำมหาศาล
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“วราวุธ” ประชุม ครม.ออนไลน์จากสุพรรณฯ รายงาน “อนุทิน” มวลน้ำเหนือ-ตะวันตกจ่อไหลลงลุ่มน้ำท่าจีนมหาศาล สั่งกรมชลประทาน-สทนช.เร่งวางแผนรับมือ พร้อมเสนอปลดล็อกเงื่อนไขแหล่งน้ำ 2 ล้านคิว เปิดทางท้องถิ่นทำ “แก้มลิง” ตามแนวพระราชดำริ รัชกาลที่ 9 ช่วยลดน้ำท่วม-บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน
Key facts
- ประชุม ครม.ออนไลน์จากสุพรรณฯ รายงาน “อนุทิน”
- ซึ่งตนยังได้รายงานต่อที่ประชุมครม.ว่า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีการตั้งกติกาเอาไว้ว่า หากแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำ 2 ล้านคิวขึ้นไป จะอยู่ในความดูแลของกรมทรัพยากรน้ำ หากต่ำกว่า 2
- จึงขอความกรุณานายกฯและคณะกรรมการกระจายอำนาจฯให้ปลดล็อกเงื่อนไข ตรงนี้ เพราะ 1 ในนโยบายของนายกฯคือ การทำแก้มลิงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานเอาไว้ให้กับพวกเรา ซึ่งการที่จะมีแก้มลิงได้ก็ต้องขอให้มีการปลดล็อกเงื่อนไขดังกล่าว
- นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังการประชุม ครม.นัดพิเศษว่า ระหว่างการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำใน อ.บางปะม้า จ.สุพรรณบุรี ตลอดทั้งวัน ได้มีการประชุม ครม.นัดพิเศษ ผ่านระบบซูม จึงถือโอกาสรายงานนายกฯว่า
Summary
ปริมาณน้ำสองส่วนนี้เมื่อรวมกันจะเป็นปริมาณมหาศาล ซึ่งนายกฯได้รับทราบและได้ขอให้กรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) คาดการณ์และหาวิธีการรับมือมวลน้ำมหาศาลที่จะลงมายังแม่น้ำท่าจีน ตลอดจนการดูแล เยียวยาประชาชน นอกจากนี้ ยังได้รับการร้องขอจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับประเด็นผักตบชวาที่ปิดกั้นทางน้ำ ซึ่งยิ่งกำจัดได้มากเท่าไหร่ จะทำให้น้ำระบายได้ดีขึ้น และไหลลงสู่ทะเลได้มากขึ้น
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังการประชุม ครม.นัดพิเศษว่า ระหว่างการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำใน อ.บางปะม้า จ.สุพรรณบุรี ตลอดทั้งวัน ได้มีการประชุม ครม.นัดพิเศษ ผ่านระบบซูม จึงถือโอกาสรายงานนายกฯว่า วันนี้พายุได้ผ่านจาก กทม.มาทางทิศตะวันตกของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น จ.กาญจนบุรี อุทัยธานี และจังหวัดอื่นๆ น้ำจำนวนมหาศาลทางทิศตะวันตกที่พายุพามา จะไหลลงสู่ลุ่มแม่น้ำท่าจีนในปริมาณมหาศาล รวมถึงน้ำจากทางเหนือ ผ่านเขื่อนเจ้าพระยา
ซึ่งตนยังได้รายงานต่อที่ประชุมครม.ว่า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีการตั้งกติกาเอาไว้ว่า หากแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำ 2 ล้านคิวขึ้นไป จะอยู่ในความดูแลของกรมทรัพยากรน้ำ หากต่ำกว่า 2 ล้านคิวจะอยู่ในการดูแลของท้องถิ่น ทั้ง อบต. เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งต้องยอมรับว่า ในประเทศไทยมีน้อยมากสำหรับท้องถิ่นที่จะมีศักยภาพดูแลแหล่งน้ำได้ถึง 2 ล้านคิว