BBC Thai
ย้อนเส้นทาง "คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง" ก่อนศาลรัฐธรรมนูญลงมติขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในช่วงเช้าวันนี้ (28 ก.ย.) และนัดฟังคำวินิจฉัย "คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง" เวลา 14.00 น. ของวันเดียวกัน
Key facts
- ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในช่วงเช้าวันนี้ (28 ก.ย.) และนัดฟังคำวินิจฉัย "คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง"
- ลำดับความเป็นมาในการท้าพิสูจน์ความลับบนบัตรเลือกตั้ง
- หลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากให้รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินเอาไว้พิจารณาวินิจฉัย (18 มี.ค.-28 มี.ค.)
- ผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน 22 เรื่อง จากการที่ กกต. ออกแบบบัตรเลือกตั้งโดยมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด อาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ว่าลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคใด
Summary
แม้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้วันที่ 28-29 ก.ย. เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ แต่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารข่าวเมื่อวานนี้ (27 ก.ย.) ยืนยันว่า "จำเป็นที่จะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาที่กำหนดนัด" โดยให้เหตุผลว่า ศาลกำหนดนัดพิจารณาคดีและนัดฟังคำวินิจฉัยในคดีดังกล่าวเป็นการล่วงหน้าไว้นานแล้ว ได้แจ้งให้คู่กรณีทราบนัดแล้ว และเพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนพิจารณาวินิจฉัยคดีอื่นซึ่งได้กำหนดวาระการประชุมไว้แล้วจนถึงเดือน ต.ค.
สำหรับคดีนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง สส. เมื่อ 8 ก.พ.2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง หรือบาร์โค้ด (Barcode) และรหัสคิวอาร์ หรือคิวอาร์โค้ด (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50
27 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญเดินเผชิญสืบพยานหลักฐาน ณ สถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง, ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง, บัตรเลือกตั้งที่เหลือ, บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง, และวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ใช้สำหรับการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ในกรุงเทพฯ โดยมอบหมายให้ 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคือ นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนภดล เทพพิทักษ์ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบสำนวนร่วมตรวจสอบกับศาล ทั้งนี้ให้คู่กรณีร่วมตรวจสอบ หากคู่กรณีฝ่ายใดไม่เข้าร่วมเดินเผชิญสืบ ให้ถือว่าไม่ติดใจ