Nation TV
อนุทินสั่งรับมือน้ำท่วม ชูระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ 1 ต.ค. นี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“อนุทิน” สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศเร่งรับมือน้ำท่วม หวั่นซ้ำรอยหาดใหญ่ ย้ำอาหารต้องมีคุณภาพ และระบบเซลล์บรอดแคสต์ (Cell Broadcast) ต้องเตือนชัด เร่งสำรวจความเสียหายจ่ายเยียวยา พร้อมเตรียมใช้ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ 1 ต.ค. นี้
Key facts
- 27 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุม กอ.ปภ.ก. ร่วมกับผู้ว่าฯ 76 จังหวัด ที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อสั่งการเร่งรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ ป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย หาดใหญ่
- ขณะเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะมีระบบ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ”
- นายอนุทินยังมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คน แบ่งพื้นที่รับผิดชอบดูแลประชาชน โดยให้มีอำนาจสั่งการและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือจากส่วนกลางส่งถึงประชาชนผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดโดยเร็ว
- นายอนุทิน สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับส่วนราชการและนายอำเภอลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สำรวจความเป็นอยู่และความเดือดร้อนของประชาชนถึงระดับหมู่บ้าน พร้อมระดมกำลัง เครื่องจักรกล และยานพาหนะลงพื้นที่ทันทีเมื่อเกิดภัย
Summary
27 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุม กอ.ปภ.ก. ร่วมกับผู้ว่าฯ 76 จังหวัด ที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อสั่งการเร่งรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ ป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย หาดใหญ่ พร้อมเน้นย้ำการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ต้องกระชับ ชัดเจน และดูแลอาหารผู้ประสบภัยให้มีคุณภาพ พร้อมกำชับเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมโดยเร็ว และเตรียมเปิดใช้ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ วันที่ 1 ต.ค. นี้ ร่วมกับ
เมื่อเวลา 13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
หากจังหวัดใดเกิดภัยพิบัติหรืออุทกภัย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยตามกฎหมาย และหากสถานการณ์รุนแรงจนจำเป็นต้องขยายวงเงินทดรองราชการ ให้รีบแจ้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อดำเนินการโดยเร็ว