iLaw
กกต. จัดเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ดบนบัตรขัดรัฐธรรมนูญไหม? ชวนทำความเข้าใจหลักเลือกตั้งโดยลับ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังจะถูกวินิจฉัยว่าขัดต่อ รัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่ จากเหตุว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจสืบสาวต่อไปได้ว่าบุคคลใดเป็นผู้ลงคะแนนในบัตรใบนั้น และทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดย “ลับ” จนมีผู้ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน 22 คำร้อง เพื่อให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดีนี้ในวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 14:00 น.
Key facts
- การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังจะถูกวินิจฉัยว่าขัดต่อ รัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่ จากเหตุว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด
- หลักการเลือกตั้งโดยลับ เป็นหลักสำคัญประการหนึ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับถาวรของไทยรับรองตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2489 เป็นต้นมา เหตุผลเบื้องหลังของหลักการนี้ก็เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่ให้ถูกแทรกแซงด้วยอิทธิพลได้
- ย้อนกลับไปเมื่อการเลือกตั้ง สส. เมื่อ 2 เมษายน 2549 ก็เคยมีประเด็นปัญหาเรื่องการจัดการเลือกตั้งขัดกับหลักการออกเสียงโดยลับเช่นกัน โดยปัญหาของการเลือกตั้งครั้งดังกล่าวมาจากลักษณะการจัดคูหาที่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหันหน้าเข้าคูหาลงคะแนน
- [1] ฐากูร ศิริยุทธ์วัฒนา, กฎหมายรัฐธรรมนูญ : หลักพื้นฐานแห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตย (วิญญูชน 2559) น. 172-173.
- รัฐธรรมนูญ 2560 รับรองหลักเลือกตั้งโดยลับ ไว้ใน 83 วรรคสอง ว่า
- นอกจากนี้ หลักการดังกล่าวยังถูกรับรองไว้สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 10 วรรคสอง ที่กำหนดให้ “การเลือกตั้ง ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ”
Summary
หลักการเลือกตั้งโดยลับ เป็นหลักสำคัญประการหนึ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับถาวรของไทยรับรองตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2489 เป็นต้นมา เหตุผลเบื้องหลังของหลักการนี้ก็เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่ให้ถูกแทรกแซงด้วยอิทธิพลได้ ในต่างประเทศ เช่น เยอรมนี ก็รับรองหลักดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญเช่นกัน โดยการจัดการเลือกตั้ง ทั้งคูหา กล่องลงคะแนน บัตรเลือกตั้งจะต้องสอดคล้องกับหลักเลือกตั้งโดยลับ ไม่เชื่อมโยงกลับไปให้ทราบได้ว่าบุคคลหนึ่งๆ นั้นลงคะแนนเลือกผู้สมัครรายใด ทั้งนี้
นอกจากนี้ หลักการดังกล่าวยังถูกรับรองไว้สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 10 วรรคสอง ที่กำหนดให้ “การเลือกตั้ง ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ” การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในระบบ “แบ่งกลุ่ม” – “เลือกกันเอง” โดย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 กำหนดในมาตรา 33 “การเลือกสมาชิกวุฒิสภาให้ใช้วิธีลงคะแนนลับตามวิธีการที่กำหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้”
ส่วนเหตุผลเบื้องหลังว่าทำไมการออกเสียงลงคะแนนจึงต้องกระทำโดยลับ ในทางวิชาการก็มีคำอธิบายว่า เพื่อประกันเสรีภาพในการแสดงเจตจำนงของปวงชน หากการออกเสียงทำโดยเปิดเผยก็อาจเกิดกรณีที่ไม่อาจแสดงเจตจำนงที่แท้จริงของตัวเองได้ [1]