Matichon
กรมหม่อนไหมเปิดงาน มหกรรมหม่อนไหมดี 4 ภาค รวม 4 ภูมิปัญญา สู่หนึ่งคุณค่าแห่งไหมไทย 23–27 ก.ย.ที่ขอนแก่น
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กรมหม่อนไหม จัดงาน “มหกรรมหม่อนไหมดี 4 ภาค ประจำปี 2569 จังหวัดขอนแก่น” ระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ณ ชั้น 1 ลานโปรโมชั่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น ภายใต้แนวคิด “ONE SILK, One Timeless Value. 4 ภาค 4 ภูมิปัญญา หนึ่งคุณค่าแห่งไหมไทย” มุ่งเผยแพร่คุณค่า ภูมิปัญญา อัตลักษณ์ของไหมและมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของประเทศไทย พร้อมสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ประกอบการด้านหม่อนไหม
Key facts
- กรมหม่อนไหม จัดงาน “มหกรรมหม่อนไหมดี 4 ภาค ประจำปี 2569 จังหวัดขอนแก่น”
- 4 ภาค 4 ภูมิปัญญา หนึ่งคุณค่าแห่งไหมไทย ระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ที่ชั้น 1 ลานโปรโมชั่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
- นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “ไหมไทยถือเป็นมรดกภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของประเทศ แต่ละภาคมีเอกลักษณ์ เทคนิค และเรื่องราวที่แตกต่างกัน การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำภูมิปัญญาจากทั้ง 4
- พร้อมเลือกชม เลือกซื้อผลิตภัณฑ์หม่อนไหมคุณภาพ และร่วมสนับสนุนเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ประกอบการไหมไทยจากทั่วประเทศ งาน “มหกรรมหม่อนไหมดี 4 ภาค ประจำปี 2569 จังหวัดขอนแก่น”
- ถ่ายทอดเรื่องราวของไหมไทยผ่านภูมิปัญญาที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำของการเลี้ยงไหม การสาวไหม กระบวนการทอผ้า ไปจนถึงการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์หม่อนไหมร่วมสมัย สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่ละภาคจะมีอัตลักษณ์ เทคนิค
- ที่ได้รับการสืบทอด พัฒนา และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
Summary
โดยพิธีเปิดงานจัดขึ้นในวันที่ 23 กันยายน 2569 นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารกรมหม่อนไหม ผู้แทนจังหวัดขอนแก่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ซึ่งภายในงาน “มหกรรมหม่อนไหมดี 4 ภาค”
นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “ไหมไทยถือเป็นมรดกภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของประเทศ แต่ละภาคมีเอกลักษณ์ เทคนิค และเรื่องราวที่แตกต่างกัน การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำภูมิปัญญาจากทั้ง 4 ภาค มาร้อยเรียงและนำเสนอให้ประชาชนได้เห็นถึงคุณค่าของไหมไทยในมิติที่หลากหลาย รวมทั้งช่วยสร้างโอกาสให้เกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ประกอบการ สามารถนำภูมิปัญญามาต่อยอด เพิ่มมูลค่า และขยายตลาดได้มากยิ่งขึ้น”
นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เลือกชมและเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์หม่อนไหมคุณภาพจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ จำนวน 35 ร้านค้า ซึ่งนำอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย เพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์หม่อนไหม และสร้างโอกาสทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการและชุมชน ตลอดระยะเวลา 5 วัน ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสาธิตภูมิปัญญาด้านหม่อนไหม กิจกรรม Workshop งานประดิษฐ์จากรังไหม การนำเสนอผลิตภัณฑ์และเรื่องราวจากชุมชน