← Back to KHAO

จับตาคำวินิจฉัย "คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง" กับนิยาม "ลงคะแนนโดยลับ" ฉบับศาลรัฐธรรมนูญ

12 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ กปน. นับคะแนนการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ของหน่วยเลือกตั้งที่ 74 เขตเลือกตั้งที่ 6 แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. ใหม่อีกครั้งตามคำสั่ง กกต. เมื่อ 1 มี.ค. ท่ามกลางการจับภาพของสื่อมวลชนทุกแขนง หลังเกิดเสียงวิจารณ์เรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ผ่านมา 7 เดือนหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อ 8 ก.พ. ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัย "คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง" ในวันจันทร์หน้า (28 ก.ย.) ซึ่งจะเป็นมาตรฐานต่อผู้จัดการเลือกตั้งต่อไป

Key facts

Summary

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำบัตรเลือกตั้งที่มีรหัสแท่ง หรือบาร์โค้ด (barcode) มาใช้ ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยมีผู้พยายามพิสูจน์ว่าบาร์โค้ดดังกล่าวอาจทำให้สามารถสืบทราบและระบุตัวตนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ และอาจทราบว่าประชาชนลงคะแนนเลือกผู้สมัครรายใด/พรรคใด หากเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยลับ ซึ่งขัดต่อหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลกและขัดรัฐธรรมนูญไทยด้วย

"อยากวิงวอน กราบขอร้องท่านศาลรัฐธรรมนูญและประชาชนว่าเราต้องช่วยกันยืนยันว่าอะไรก็ตามที่ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ และตรวจสอบรู้ได้ว่าใครกาอะไร เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ถ้าไม่ยืนยันเรื่องนี้ เลือกตั้งอีกกี่ครั้งก็ไม่มีความหมาย มันเป็นเรื่องใหญ่มาก"

ในระหว่างร่วมเวทีเสวนา "ถอดบทเรียน (อีกครั้ง) กับการเลือกตั้ง สส." จัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร วันนี้ (25 ก.ย.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) สะท้อนปัญหาการเลือกตั้งครั้งล่าสุด โดยหนึ่งในนั้นคือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อที่บอกรหัสบัตรเป๊ะ ๆ และแต่ละบัตรมีบาร์โค้ดต่างกัน ซึ่งเขาเห็นว่า "ขัดหลักลับ"

Read full article at BBC Thai →