← Back to KHAO

รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ติดตามแก้ไขปัญหาที่ดิน คทช. และถนนสาธารณะชุมชนเมืองทองสุขนิรันตร์

2 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

วันนี้ (25 กันยายน 2569) ณ ห้องประชุมสารสิน (มุขหลัง) ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่ นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มอบหมายให้ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าผลการจัดที่ดิน คทช. และการขออนุญาตการก่อสร้างถนนสาธารณะในชุมชนเมืองทองสุขนิรันตร์ หมู่ที่ 1 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน

Key facts

Summary

การประชุมครั้งนี้มีประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ การติดตามความคืบหน้าการดำเนินการจัดที่ดิน คทช. ซึ่งชุมชนเมืองทองสุขนิรันตร์ได้ยื่นขออนุญาตจัดที่ดิน คทช. พร้อมกับชุมชนมะขามคู่และชุมชนรวมสินอินทรเทพ แต่ปัจจุบันยังมีความล่าช้าในการพิจารณา ส่งผลให้ประชาชนในชุมชนได้รับความเดือดร้อน จึงมีการติดตามสถานะการดำเนินงาน ขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อจำกัดหรืออุปสรรคที่ทำให้การดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ รวมถึงแนวทางและกรอบระยะเวลาในการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

อีกประเด็นคือ การติดตามความคืบหน้าการขออนุญาตก่อสร้างถนนสาธารณะในชุมชน ซึ่งได้ยื่นเรื่องต่อเทศบาลตำบลวิชิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 แต่ประชาชนยังไม่ได้รับทราบความคืบหน้าผลการพิจารณา โดยที่ประชุมได้กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงสถานะคำขอ ขั้นตอนการพิจารณา กฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ ตลอดจนข้อจำกัดด้านงบประมาณหรือพื้นที่ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาและระยะเวลาที่คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ หากมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถดำเนินการได้

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนจังหวัดภูเก็ต ศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต อำเภอเมืองภูเก็ต เทศบาลตำบลวิชิต และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2 ร่วมให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะพื้นที่ การใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อจำกัดด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานระดับจังหวัดและส่วนกลาง เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานให้เกิดความชัดเจนและเป็นรูปธรรม

Read full article at สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ →