Thai Post
‘เอกนิติ’ ชี้เจ้าภาพ IMF-World Bank เปิดประตูสินค้าไทย ท่องเที่ยว ลงทุน พาไทยกลับเวทีโลก เตรียม Royal Pavilion 13 ต.ค. เชิดชูพระอัจฉริยภาพ ร.9 เผยแพร่แนวพระราชดำริสู่ผู้นำการเงินโลก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการที่ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. 2569 ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย ทั้งด้านสินค้าไทย การท่องเที่ยว ธุรกิจ การลงทุน และบทบาทของไทยบนเวทีเศรษฐกิจการเงินโลก
Key facts
- ครม. อัดงบเงินกู้ 4.3 หมื่นล้าน ขยาย 'ไทยช่วยไทยพลัส' วงเงิน 1 พันบาท ใช้ได้นาน 2 เดือน
- 'ศุภวุฒิ' หนุนคลังเบรกหั่นภาษีดีเซล 5 บาทถ้วนหน้า ชี้ควรช่วยเกษตรกรตรงจุด
- 1 พันบาท ใช้ 2 เดือน เปิดยืนยันสิทธิ 1-15 ต.ค.
- 'เอกนิติ' เปิดใจรับบท 'เดอะแบก' หนักแค่ไหนพร้อมสู้เต็มที่ 24 ชม.
- 'เอกนิติ' ชี้วิกฤตพลังงานยังไม่จบ เดินหน้า 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 ประคองกำลังซื้อช่วงเปลี่ยนผ่าน ย้ำวินัยการคลัง เร่งโซลาร์-พลังงานไทย ลดพึ่งนำเข้า สร้างความเข้มแข็งระยะยาว
- รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า หนึ่งไฮไลต์สำคัญจะอยู่ในวันที่ 13 ต.ค. ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จะมีการจัด Royal Pavilion เพื่อเชิดชูพระเกียรติและนำเสนอแนวพระราชดำริ
Summary
นายเอกนิติ กล่าวว่า ด้านการท่องเที่ยว คาดว่าจะเกิดกิจกรรมและการเดินทางคึกคักในช่วงจัดประชุม พร้อมยกประสบการณ์จากการเป็นเจ้าภาพเมื่อ 35 ปีก่อนว่า ผู้เดินทางบางส่วนกลับมาเยือนประเทศไทยอีกพร้อมครอบครัว ทำให้ประโยชน์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงเวลาจัดงานเท่านั้น
นอกจากนี้ จะมีกิจกรรม Business Matching การประชุม สัมมนา และกิจกรรมของภาคการเงินจากทั่วโลก ซึ่งนายเอกนิติมองว่าจะเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนใหม่ในประเทศไทย ขณะที่สินค้าไทย ผ้าไทย ศิลปวัฒนธรรม และมวยไทยจะได้รับการนำเสนอผ่านกิจกรรมต่าง ๆ บนเวทีระดับโลก
กระทรวงการคลังในฐานะผู้จัดหลักร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียมนำสินค้าไทยจากทั่วประเทศและทุกภูมิภาคมาจัดแสดงและนำเสนอภายในงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อได้รู้จักสินค้าไทยมากขึ้น และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการไทย