Matichon
นโยบายติดโซลาร์รูฟท็อป มองผ่านเลนส์ 2 บิ๊กอสังหาฯ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
จ ากการที่รัฐบาลเตรียมเดินหน้าโครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) สำหรับครัวเรือน เป้าหมาย 1.5 ล้านหลังคาเรือน โดยมีแนวทางสนับสนุนวงเงินสูงสุดครัวเรือนละ 50,000 บาท คาดเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 และกำหนดกรอบดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายภายในสิ้นปี 2570
Key facts
- จ ากการที่รัฐบาลเตรียมเดินหน้าโครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) สำหรับครัวเรือน เป้าหมาย 1.5 ล้านหลังคาเรือน โดยมีแนวทางสนับสนุนวงเงินสูงสุดครัวเรือนละ 50,000 บาท
- ตามข้อมูลของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ณ เดือนมกราคม 2569 ปัจจุบันมีครัวเรือนที่ติดตั้งโซลาร์รูฟ มีกำลังการผลิตติดตั้งสะสม 161,261 กิโลวัตต์ทั่วประเทศ คิดเป็นจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด 22,085 ราย กระจายตัวอยู่ใน 77
- ถึงแม้รัฐบาลจะมีนโยบายในการรับซื้อไฟฟ้าจากภาคประชาชน โดยเปิดให้เจ้าของบ้านอยู่อาศัยติดตั้งโซลาร์รูฟผลิตไฟใช้เอง และขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้าในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ภายใต้เพดานเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ และสัญญารับซื้อไฟฟ้า
- ถึงรัฐบาลจะสนับสนุนค่าติดตั้ง 50,000 บาท แต่ด้วยเงื่อนไขการขายไฟฟ้าให้กับภาครัฐ จำกัดในเรื่องปริมาณ แทนที่จะเป็นการรับซื้อทั้งหมด ทำให้ความสนใจในการติดตั้งโซลาร์รูฟของภาคประชาชนไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร”
Summary
สำหรับประชาชนที่ไม่มีต้นทุนในการติดตั้งนั้น รัฐบาลจะร่วมมือกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อเป็นผู้ลงทุนติดตั้งระบบให้ก่อน จากนั้นจะนำรายได้จากการขายไฟฟ้าที่การไฟฟ้ารับซื้อ คืนกลับไปหักชำระคืนเงินกู้ให้แก่ธนาคาร ส่งผลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้โดยไม่มีภาระเงินลงทุนแรกเริ่ม เป้าหมายเพื่อเพิ่มการใช้พลังงานสะอาด ลดต้นทุนภาคพลังงานให้กับครัวเรือน และเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการก้าวไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า เป็นนโยบายที่จะผลักดันให้เป็นจริงได้ยาก เนื่องจากต้นทุนในการติดตั้งยังสูงอยู่ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนของครัวเรือนโดยเฉพาะครัวเรือนขนาดกลางและเล็ก ถึงแม้รัฐจะสนับสนุนเงิน 50,000 บาทก็ตาม เพราะต้นทุนในการติดตั้งจะอยู่ที่หลักแสนบาท และมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องอย่างค่าบำรุงรักษา ประกอบกับข้อจำกัดในการรับซื้อไฟฟ้าคืนของภาครัฐ ที่มีข้อจำกัดในการซื้อคืน
หากรัฐบาลต้องการที่จะขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้ทำได้เป็นรูปธรรม นายประเสริฐระบุว่า รัฐบาลต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการรับซื้อไฟฟ้าจากภาคประชาชน ไม่ควรที่จะจำกัดการซื้อ และต้องกำหนดราคารับซื้อที่เป็นธรรม และจูงใจให้ประชาชนเข้าถึงได้