Matichon
รบ. วางเกณฑ์เงินอุดหนุนรถEV ผลิตชดเชยไม่ครบ ไม่ต้องคืนส่วนลด เจอเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย 7.5%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 25 กันยายน นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลวางแนวทางคุ้มครองเงินอุดหนุนภายใต้มาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า โดยกำหนดกระบวนการสำหรับกรณีผู้ได้รับสิทธิไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพื่อชดเชยรถสำเร็จรูปที่นำเข้าได้ครบถ้วน ให้หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายเป็นรายกรณี เพื่อรักษาเงินของรัฐและสร้างความชัดเจนแก่ผู้ประกอบการ ควบคู่กับการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยอย่างต่อเนื่อง
Key facts
- เมื่อวันที่ 25 กันยายน นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลวางแนวทางคุ้มครองเงินอุดหนุนภายใต้มาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า
- นางสาวลลิดา กล่าวว่า สำหรับเงินอุดหนุนภายใต้มาตรการ EV3 รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน และมีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท ได้รับเงินอุดหนุน 70,000 บาทต่อคัน สำหรับรถที่มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 10 กิโลวัตต์ชั่วโมง
- นางสาวลลิดา กล่าวว่า เงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะแรก หรือ EV3 มีเงื่อนไขสำคัญที่ผู้เข้าร่วมมาตรการต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศเพื่อชดเชยรถสำเร็จรูปที่นำเข้า
- ประเด็นที่ต้องย้ำให้ประชาชนผู้ซื้อรถเข้าใจให้ชัด คือ แนวทางดังกล่าวไม่ได้กำหนดให้ประชาชนที่ซื้อรถ EV ต้องคืนส่วนลดหรือเงินอุดหนุน เนื่องจากเงินอุดหนุนตามมาตรการจ่ายให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าเพื่อนำไปหักออกจากราคาขายปลีก
Summary
นางสาวลลิดา กล่าวว่า เงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะแรก หรือ EV3 มีเงื่อนไขสำคัญที่ผู้เข้าร่วมมาตรการต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศเพื่อชดเชยรถสำเร็จรูปที่นำเข้า โดยรถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปที่นำเข้าภายใต้มาตรการต้องผลิตชดเชยในอัตรา 1 ต่อ 1 หากดำเนินการภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 หรือหากขยายเวลาการผลิตถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ต้องผลิตชดเชยในอัตรา 1 ต่อ 1.5
นางสาวลลิดา กล่าวว่า สำหรับเงินอุดหนุนภายใต้มาตรการ EV3 รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน และมีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท ได้รับเงินอุดหนุน 70,000 บาทต่อคัน สำหรับรถที่มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 10 กิโลวัตต์ชั่วโมง แต่ต่ำกว่า 30 กิโลวัตต์ชั่วโมง และ 150,000 บาทต่อคัน สำหรับรถที่มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป ส่วนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้รับเงินอุดหนุน 18,000 บาทต่อคัน
อย่างไรก็ตาม การมีหลักเกณฑ์สำหรับดำเนินการเรียกคืนเงิน ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการทุกรายถูกวินิจฉัยว่าผิดเงื่อนไขแล้ว แต่กรมสรรพสามิตต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง จำนวนรถ และการปฏิบัติตามเงื่อนไขของผู้ได้รับสิทธิแต่ละราย ก่อนดำเนินการออกคำสั่งทางปกครอง พร้อมแจ้งสิทธิและระยะเวลาในการอุทธรณ์หรือโต้แย้งตามกฎหมาย หากผู้รับคำสั่งไม่ดำเนินการตามคำสั่ง จึงเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับทางปกครองตามกฎหมายต่อไป