Prachachat
หุ้นไทยยังไร้ปัจจัยบวก จับตายีลด์-น้ำมันพุ่ง-บาทอ่อนกดฟันด์โฟลว์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บล.พาย ประเมินหุ้นไทยวันนี้เผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield สหรัฐและราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแรง ขณะที่เงินบาทอ่อนค่ากลับมาทดสอบ 33.47 บาทต่อดอลลาร์ อาจกดดันกระแสเงินทุนต่างชาติ มอง SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,620 จุด ชูหุ้นพลังงาน-ธนาคาร-ส่งออก รับอานิสงส์ย
Key facts
- บล.พาย ประเมินหุ้นไทยวันนี้เผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield สหรัฐและราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแรง ขณะที่เงินบาทอ่อนค่ากลับมาทดสอบ 33.47 บาทต่อดอลลาร์ อาจกดดันกระแสเงินทุนต่างชาติ มอง SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,620 จุด ชูหุ้นพลังงาน-ธนาคาร-ส่งออก
- ล่าสุด CME FedWatch ให้น้ำหนักประมาณ 67.5% ต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม สะท้อนความกังวลของตลาดต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายการเงินที่อาจตึงตัวมากขึ้น
- ขณะเดียวกัน ประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) วันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,620 จุด โดยบรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังเป็นลบ หลัง DJIA Futures เคลื่อนไหวลดลงประมาณ 0.2% ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลงราว 0.2%
- ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) ปิดเพิ่มขึ้น 3.4% หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากอิหร่าน ยิงขีปนาวุธโจมตีซาอุดีอาระเบีย ขณะที่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง
- นอกจากนี้ US Bond Yield หลายช่วงอายุ ทั้ง 2 ปี 10 ปี และ 30 ปี ปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ในรอบหลายปี ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่า และกดดันให้สกุลเงินในภูมิภาค รวมถึงเงินบาทอ่อนค่าลง
Summary
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นยังมีปัจจัยกดดันหลายด้าน ทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Bond Yield) และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นแรง ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง
ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา ดัชนี DJIA ปิดลดลง 161 จุด หรือประมาณ 0.3% ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความรุนแรง และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น ซึ่งตลาดกังวลว่าอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
### ขนาดตัวอักษร