Bangkok Today
“นิกร โสมกลาง” รมว.พม. เผย สภาฯ ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวฯ พร้อมเดินหน้าสู่ชั้นกรรมาธิการ มุ่งคุ้มครอง ปชช. อย่างแท้จริง ทั้งก่อน-ขณะ-หลังเกิดเหตุ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันที่ 23 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ในฐานะผู้แทนคณะรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาและลงมติในวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. … ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวของคณะรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเห็นชอบ 434 เสียง ไม่เห็นชอบ – เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 4 เสียง และมีมติ
Key facts
- กฎหมายต้องไม่หยุดอยู่ เพียงจัดการเมื่อเกิดเหตุ!
- นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนมีการลงมติรับหลักการ ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมอภิปรายและเสนอความเห็นอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การป้องกันความรุนแรงก่อนเกิดเหตุ, การคุ้มครองผู้ถูกกระทำและเด็ก, การเข้าถึงความช่วยเหลือ
- #พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง #สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส #ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #ผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว
Summary
“กระทรวง พม. พร้อมนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปประกอบการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ เพื่อให้กฎหมายมีความรอบคอบและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การคุ้มครองผู้ถูกกระทำให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและปลอดภัย ป้องกันและลดการเกิดเหตุซ้ำ และยกระดับการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับสาระของร่างที่คณะรัฐมนตรี (ครม) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เพราะกฎหมายต้องไม่หยุดอยู่เพียงการจัดการเมื่อเกิดเหตุ
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนมีการลงมติรับหลักการ ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมอภิปรายและเสนอความเห็นอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การป้องกันความรุนแรงก่อนเกิดเหตุ, การคุ้มครองผู้ถูกกระทำและเด็ก, การเข้าถึงความช่วยเหลือ,ความชัดเจนของนิยาม, การบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงาน และการจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูล รวมถึงรูปแบบความรุนแรงที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล
กฎหมายต้องไม่หยุดอยู่ เพียงจัดการเมื่อเกิดเหตุ!