Thansettakij
“เกียรติพงศ์”ยันกก.สรรหา กสทช. มีอำนาจชี้ขาด“หมอสรณ” โต้ปมสถานะเกษียณ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
“เกียรติพงศ์ อมาตยกุล”ยันชัด กก.สรรหา กสทช.มีอำนาจชี้ขาด “หมอสรณ” โต้ปมสถานะ ย้ำยังไม่เกษียณ “ประพันธุ์”เชื่อ 25 ก.ย.นี้ ศาลปกครองชี้ขาดสอดคล้องมติกก.สรรหา-กฤษฎีกา
Key facts
- ข้อต่อสู้ของ นพ.สรณ ไม่มีน้ำหนัก และเชื่อว่า ศาลปกครองกลาง ในการนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 25 ก.ย.นี้ จะมีคำวินิจฉัยที่ไม่แตกต่างจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา และ บรรทัดฐานคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด”นายประพันธุ์
- นายประพันธุ์ ระบุเพิ่มเติมว่า การดำรงตำแหน่งของ นพ.สรณ ถือเป็นความผิด 2 ชั้น คือ ชั้นแรก ปี 2565 การไม่ลาออกจากตำแหน่งเดิมตั้งแต่แรกเข้ามารับตำแหน่งในปี 2565 ถือเป็นการสละสิทธิ์ตาม มาตรา 18 และชั้นที่สอง เมื่อเข้าดำรงตำแหน่งแล้ว
- นายประพันธ์ กล่าวย้ำว่า ทางออกที่ดีที่สุด นพ.สรณ ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่ากระบวนการพิจารณาจะสิ้นสุด ซึ่งการที่ศาลปกครองกลางไต่สวน เมื่อวันที่ 21 กันยายน และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 กันยายนนั้น ถือเป็นการพิจารณาคดีโดยเร่งด่วน
Summary
นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานกรรมการสรรหา กสทช. ยืนยันต่อศาลว่า คณะกรรมการฯ มีอำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการ กสทช. ย้อนหลังได้
นายประพันธุ์ ระบุว่า จากการพิจารณาคำเบิกความในชั้นไต่สวน ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในประเด็นเรื่องการรับจ้างทำงานในโรงพยาบาล หรือการไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งเดิม ไม่ปรากฏหลักฐานใดๆ ที่ นพ.สรณ นำมาแสดงต่อศาล เพื่อยืนยันว่า ตนเองได้ลาออกและปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อย่างถูกต้อง
ในชั้นการไต่สวนของศาลปกครองกลาง ซึ่งเป็นการเรียกพยานบุคคลมาให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมนั้น ฝ่ายผู้ฟ้องคดี มี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เข้าเบิกความ ขณะที่ฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดีมี นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาในศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. และ นพ.ประวิตร ลี่สถาพรวงศา อดีตกรรมการ กสทช. ร่วมเข้าเป็นพยานนั้น