Komchadluek
ทนายตั้ม บ้าพลัง สวมบทโคนัน บุกสภาฯ ทวงโควตาสลากผู้พิการ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
24 ก.ย. 2569 ที่ รัฐสภา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" เดินทางเข้าร่วมประชุมตามหนังสือเชิญของคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์และการปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์เพื่อการดำรงชีพของทหารผ่านศึก คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง สภาผู้แทนราษฎร โดยทนายตั้ม แต่งตัวเป็นนักสืบจิ๋วโคนัน พร้อมใส่แว่นขยายพิเศษ ขับรถสปอร์ต Nissan GT-R(R35) สีแดง ล้อเลียนรถสปอร์ตหรู ลัมโบร์กินีของอินฟลูดัง "กัน จอมพลัง"
Key facts
- เป็นลูกพี่ที่คุ้มครองกะลาหัวผมอยู่ทุกวันนี้ และได้หอมแป้งโชว์สื่อ
- เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วใครเป็นลูกพี่อยู่เบื้องหลัง ทนายตั้มได้หยิบกระป๋องแป้งจากกระเป๋าเสื้อสูทมาโชว์ผู้สื่อข่าวและบอกว่า "นี่แหละ ลูกพี่ทนายตั้มบ้าพลัง คือคนนี้เลย แต่วันนี้เค้าใส่ชุดสีฟ้ามา ปกติใส่ชุดสีเขียว ตอนนี้เขากำลังคิดอยู่ว่า
- ทนายตั้ม กล่าวว่า วันนี้ตอนมาในลุคของยอดนักสืบโคนัน เพื่อทำการตามหาความจริงว่า ใครขโมยสลากผู้พิการต้องมีการค้นหากัน และอย่างที่เห็นว่าวันนี้ตนมาด้วยรถคันสีแดง ถึงจะไม่ใช่ลัมโบร์กีนี แต่รับรองว่าชุดแต่งไม่ใช่ของปลอมแน่นอน
- ทนายตั้ม กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์และการปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์เพื่อการดำรงชีพของทหารผ่านศึก คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง มาพูดในเรื่องของสลาก ไม่อยากให้มี อินฟลูเอนเซอร์
Summary
ทั้งนี้ ก่อนการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทนายตั้มได้เปิดตัว "ลูกพี่" โดยหยิบกระป๋องแป้งเด็กแคร์สีฟ้า ออกมาจากเสื้อสูท โชว์สื่อมวลชน ก่อนจะระบุว่า ตอนนี้ลูกพี่ผมน่าจะว่างอยู่ เพราะฝ่ายค้านก็ไม่ใช่ ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ใช่ ก่อนจะบอกว่าลูกพี่ของผม "ชื่อแป้ง" เป็นลูกพี่ที่คุ้มครองกะลาหัวผมอยู่ทุกวันนี้ และได้หอมแป้งโชว์สื่อ
ทนายตั้ม กล่าวว่า วันนี้ตอนมาในลุคของยอดนักสืบโคนัน เพื่อทำการตามหาความจริงว่า ใครขโมยสลากผู้พิการต้องมีการค้นหากัน และอย่างที่เห็นว่าวันนี้ตนมาด้วยรถคันสีแดง ถึงจะไม่ใช่ลัมโบร์กีนี แต่รับรองว่าชุดแต่งไม่ใช่ของปลอมแน่นอน ไม่เหมือนลัมโบร์กีนีของใครก็ไม่รู้ ที่ใช้ชุดแต่งปลอม และถูกอายัดทะเบียน
ทนายตั้ม กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์และการปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์เพื่อการดำรงชีพของทหารผ่านศึก คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง มาพูดในเรื่องของสลาก ไม่อยากให้มี อินฟลูเอนเซอร์ รับบริจาคทำเท่อยู่คนเดียว อยากจะแก้ปัญหาในเชิงระบบโครงสร้าง หากเราแก้ในเรื่องระบบได้ ทางผู้พิการก็ไม่จำเป็นไปแบมือขอรับเงินบริจาคใคร สามารถประกอบอาชีพด้วยตนเองได้ เขาไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร ผมคุยกับผู้พิการที่มาร่วมกับผม 500 คน