Krungthep Turakij
บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่ง ดันส่วนต่างยิ่งมาก เสี่ยงเร่งเงินทุนไหลออก 'ตลาดเอเชีย'
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งแตะ 5.11% ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 เพิ่มช่องว่างดอกเบี้ย สหรัฐ-เอเชีย ถ่างกว้างขึ้น นักวิเคราะห์เตือนความเสี่ยง "เงินทุนไหลออก" กดดันค่าเงินเอเชียอ่อนตัว บีบธนาคารกลางในภูมิภาคตรึงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง
Key facts
- เมื่อเทียบกับสหรัฐ ขยายตัวกว้างถึง 1.22% ซึ่งกว้างที่สุดในรอบ 16 ปี ขณะที่ส่วนต่างของ "ไทย"
- แคบลงเหลือ 1.96% ซึ่งทั้งสองประเทศถือว่าเข้าใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน
- ในสัปดาห์นี้ ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของ "มาเลเซีย"
- สาเหตุหลักที่ทำให้ บอนด์ยีลด์สหรัฐ พุ่งสูงขึ้น มาจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ยังคงแข็งแกร่งเกินความคาดหมาย ประกอบกับความต้องการประมูลซื้อพันธบัตรในตลาดที่เริ่มชะลอตัวลง
Summary
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานสถานการณ์ ตลาดการเงินโลก ที่กำลังเผชิญแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ( บอนด์ยีลด์ ) อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดต้นทุนการกู้ยืมที่สำคัญของโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.16% (16 เบซิสพอยต์) ทะยานขึ้นไปแตะระดับ 5.11% ถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007
ผลจากการที่สหรัฐให้ผลตอบแทนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ " ส่วนต่างผลตอบแทน " (Yield Spread) ระหว่างพันธบัตรสหรัฐ และพันธบัตรในภูมิภาคเอเชียกว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนต่างผลตอบแทนที่กว้างขึ้น และความเสี่ยงที่เงินทุนจะไหลออก ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ในเอเชียหลายด้าน โดยเฉพาะแรงกดดันต่อ “ค่าเงินท้องถิ่น” ให้อ่อนค่าลง ส่งผลให้ธนาคารกลางในภูมิภาคอาจจำเป็นต้องคง “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” ไว้ในระดับสูงต่อไปเพื่อพยุงเสถียรภาพของค่าเงิน ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจ และผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย