← Back to KHAO
Kaohoon
แนวโน้ม SET ไซด์เวย์ รับแรงกดดันน้ำมันขึ้น-บอนด์ยีลด์สหรัฐแตะ 5%
·2 min read
Compiled by KHAO Editorial
— aggregated from 8 outlets.
See llms.txt for citation guidance.
✓ KHAO Verified
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ก.ย.69) นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทยว่า คาดดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเช้าวันนี้จะแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ โดยยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาเป็นประเด็นกดดันบรรยากาศการลงทุนอีกครั้ง
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ก.ย.69) นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทยว่า
- ขณะเดียวกัน ตลาดยังถูกกดดันจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่บริเวณ 5% ซึ่งเป็นระดับที่สร้างแรงกดดันต่อการประเมินมูลค่าหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง หลังต้นทุนทางการเงินในตลาดโลกอยู่ในระดับสูง
- ปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์บริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการเดินเรือยังไม่กลับสู่ภาวะปกติเต็มที่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเงื่อนไขของอิหร่านต่อการเปิดเส้นทางเดินเรือ
- นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามการหารือระหว่าง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 24 ก.ย.69 ซึ่งมีประเด็นสำคัญทั้งด้านการค้า เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ และประเด็นด้านความมั่นคง
Summary
ปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์บริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการเดินเรือยังไม่กลับสู่ภาวะปกติเต็มที่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเงื่อนไขของอิหร่านต่อการเปิดเส้นทางเดินเรือ ส่งผลให้นักลงทุนกลับมากังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานและหนุนราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานก่อนหน้านี้ว่า ปริมาณเรือสินค้าที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งอย่างมาก ขณะที่อิหร่านส่งสัญญาณพร้อมเปิดเส้นทางดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ตลาดยังถูกกดดันจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่บริเวณ 5% ซึ่งเป็นระดับที่สร้างแรงกดดันต่อการประเมินมูลค่าหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง หลังต้นทุนทางการเงินในตลาดโลกอยู่ในระดับสูง โดยภาวะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับขึ้น ประกอบกับราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ยังคงเป็นปัจจัยที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตา
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามการหารือระหว่าง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 24 ก.ย.69 ซึ่งมีประเด็นสำคัญทั้งด้านการค้า เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ และประเด็นด้านความมั่นคง โดยผลการหารืออาจมีผลต่อทิศทางบรรยากาศการลงทุนในตลาดโลกช่วงถัดไป