Post Today
นาโนเทค ผนึก อรินแคร์ ดันชุดตรวจโรคไตฝีมือคนไทย สู่ร้านยา 3,000 แห่ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
จากห้องแล็บสู่ร้านยา! นาโนเทค สวทช. ผนึก อรินแคร์ ดัน “ชุดตรวจคัดกรองโรคไต” นวัตกรรมไทยใกล้บ้าน 3,000 แห่งทั่วประเทศ
Key facts
- เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผนึกกำลัง บริษัท อรินแคร์ จำกัด ผู้พัฒนา Digital Pharmacy
- ผ่านกลไกของผู้ประกอบการและร้านยาชุมชน ซึ่งเป็นจุดบริการสุขภาพที่อยู่ใกล้ประชาชนในชีวิตประจำวัน โดยสอดคล้องกับเป้าหมายของแผนงานที่ต้องการขยายจุดจำหน่ายชุดตรวจโรคไตให้ครอบคลุม 3,000 แห่งภายในปี 2569
- ตั้งเป้า 3,000 แห่งทั่วประเทศ เพิ่มโอกาสประชาชนเข้าถึงการคัดกรองโรคไต หนุนต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมไทยให้เกิดการใช้ประโยชน์จริงและสร้างตลาดได้อย่างยั่งยืน
- อรินแคร์ตั้งเป้าช่วยขยายช่องทางจำหน่ายให้ประชนชนเข้าถึงชุดตรวจคัดกรองโรคไตไปยังร้านยา 3,000 แห่งทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนข้อมูลและเครื่องมือสำหรับเภสัชกรในการสื่อสารและให้คำแนะนำแก่ประชาชน ขณะเดียวกัน ระบบ MedEx
Summary
ดร. ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า นโยบายของนาโนเทคให้ความสำคัญกับการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพให้ก้าวพ้นจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยทำงานเชื่อมโยงกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยี การถ่ายทอดองค์ความรู้ ไปจนถึงการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ความร่วมมือกับอรินแคร์ครั้งนี้จึงเป็นการเติมเต็มอีกส่วนสำคัญของเส้นทางนวัตกรรม ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ผ่านการวิจัยและถ่ายทอดสู่ผู้ประกอบการแล้ว
“เป้าหมายของการวิจัยและพัฒนาไม่ควรหยุดอยู่ที่การสร้างเทคโนโลยีที่ดี แต่ต้องทำให้นวัตกรรมนั้นเดินทางไปถึงผู้ใช้และสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้จริง”
ดร.เดือนเพ็ญ จาปรุง ผู้อำนวยการขับเคลื่อนแผนงานนวัตกรรมชุดตรวจ สวทช. กล่าวว่า ชุดตรวจคัดกรองโรคไตเป็นหนึ่งในผลงานที่เกิดจากการต่อยอดงานวิจัย “AL-Strip” โดย ดร.สาธิตา ตปนียากร ซึ่งพัฒนาเป็นชุดตรวจคัดกรองโรคไตเชิงคุณภาพสำหรับตรวจหาไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ สามารถใช้ตรวจคัดกรองเบื้องต้นได้ด้วยตนเองและทราบผลภายในประมาณ 5 นาที นับเป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาต่อยอดเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ประชาชนมีทางเลือกในการเฝ้าระวังสุขภาพมากขึ้น