Thansettakij
กคช.ลุย ‘บ้านเขียวประหยัดพลังงาน’ นำร่อง 7โครงการ GEF อัดฉีด 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
ภายหลังจาก ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เดินหน้า “โครงการส่งเสริมที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย” หลังประเทศไทยได้รับอนุมัติเงินทุนสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก หรือ GEF จำนวน 3,141,142 ดอลลาร์สหรัฐ ผ่านความร่วมมือกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) มุ่งนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานระดับนานาชาติมาพัฒนาระบบ “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน”
Key facts
- ที่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางสามารถเข้าถึงได้จริงวันที่ 22 กันยายน 2569
- หลังประเทศไทยได้รับอนุมัติเงินทุนสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก หรือ GEF จำนวน 3,141,142 ดอลลาร์สหรัฐ ผ่านความร่วมมือกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) มุ่งนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานระดับนานาชาติมาพัฒนาระบบ
- นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญคือการทำให้ประโยชน์จากการพัฒนาดังกล่าวกลับไปถึงประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ดังนั้น
- เกิดจากความร่วมมือระหว่าง กคช. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ในการร่วมจัดทำและยื่นข้อเสนอต่อกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) รอบที่ 7 หรือ GEF7
Summary
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ “โครงการส่งเสริมที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย”
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญคือการทำให้ประโยชน์จากการพัฒนาดังกล่าวกลับไปถึงประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ดังนั้น นอกจากการพัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยีแล้ว โครงการยังให้ความสำคัญกับการศึกษากลไกทางการเงินเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบ้านประหยัดพลังงาน การสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงแนวทางเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อรองรับการขยายผลในระยะยาว
“ตามที่ ครม. มีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเดินหน้าโครงการฯ ภายใต้ความร่วมมือระดับนานาชาติครั้งนี้ มีความหมายมากกว่าการได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณ แต่เป็นโอกาสในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางระดับสากลมาต่อยอดเพื่อยกระดับการพัฒนาที่อยู่อาศัยของประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายคือทำให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถเข้าถึงประชาชนได้จริง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง