← Back to KHAO
Nation TV
สหรัฐฯ จับมือเดนมาร์กและกรีนแลนด์เซ็นข้อตกลงตั้งฐานทัพ
·3 min read
Compiled by KHAO Editorial
— aggregated from 8 outlets.
See llms.txt for citation guidance.
✓ KHAO Verified
สหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงความมั่นคงไตรภาคีร่วมกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ไฟเขียวขยายฐานทัพและระบบป้องกันขีปนาวุธ หวังยุติความตึงเครียดในเขตอาร์กติก
Key facts
- การลงนามในครั้งนี้ ส่งผลให้สหรัฐฯ สามารถเข้าใช้พื้นที่เพื่อพัฒนาและจัดตั้งฐานทัพทางทหารขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ได้แก่ เมืองนาร์ซาร์ซวัก (Narsarsuaq) ซึ่งเคยเป็นฐานทัพอากาศในยุคสงครามเย็น และเมืองเมสเตอร์สวิก (Mestersvig)
- ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วย เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก และ เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ได้ร่วมกันลงนามในข้อตกลงความมั่นคงไตรภาคีอย่างเป็นทางการ
- รายละเอียดของข้อตกลงดังกล่าวเป็นการปรับเปลี่ยนจากความต้องการเดิมของทรัมป์ที่เคยเรียกร้องให้สหรัฐฯ ผนวกรวมกรีนแลนด์เข้าเป็นดินแดนของตนเพื่อสกัดกั้นการอิทธิพลทางทหารของรัสเซียและจีน โดยเปลี่ยนมาเป็นการยอมรับทางกฎหมายให้สหรัฐฯ
- (Golden Dome) เพื่อป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธข้ามทวีป เนื่องจากกรีนแลนด์ตั้งอยู่บนเส้นทางบินที่สั้นที่สุดระหว่างทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ
Summary
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วย เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก และ เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ได้ร่วมกันลงนามในข้อตกลงความมั่นคงไตรภาคีอย่างเป็นทางการ ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ณ นครนิวยอร์ก ซึ่งข้อตกลงฉบับนี้อนุญาตให้สหรัฐฯ สามารถขยายกำลังทางทหารบนเกาะ กรีนแลนด์ อย่างมีนัยสำคัญ และอาจนำไปสู่การคลี่คลายความตึงเครียดทางการทูตเหนือดินแดนอาร์กติกที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และอุดมไปด้วยทรัพยากรแร่ธาตุ
รายละเอียดของข้อตกลงดังกล่าวเป็นการปรับเปลี่ยนจากความต้องการเดิมของทรัมป์ที่เคยเรียกร้องให้สหรัฐฯ ผนวกรวมกรีนแลนด์เข้าเป็นดินแดนของตนเพื่อสกัดกั้นการอิทธิพลทางทหารของรัสเซียและจีน โดยเปลี่ยนมาเป็นการยอมรับทางกฎหมายให้สหรัฐฯ สามารถเพิ่มการตั้งกำลังทางทหารบนเกาะน้ำแข็งแห่งนี้แทน นอกจากนี้ ในข้อตกลงยังระบุชัดเจนว่า สหรัฐฯ ได้รับสิทธิ์ในการติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธ "โกลเดน โดม"
ด้าน เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ เปิดเผยว่า กรีนแลนด์จะต้องเริ่มกระบวนการฟื้นฟูความเชื่อมั่นกับสหรัฐฯ หลังจากความสัมพันธ์ตึงเครียดอย่างหนักจากคำขู่ของทรัมป์ในช่วงต้นปีที่ระบุว่าจะใช้กำลังทหารยึดครองเกาะ ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตทางการทูตในกลุ่มประเทศนาโต ทั้งนี้ ข้อตกลงฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์หลังจากได้รับการอนุมัติและเห็นชอบจากรัฐสภาของเดนมาร์กและรัฐสภากรีนแลนด์ต่อไป