Thai Post
‘เชษฐา’ จี้ฝ่ายค้านเร่งยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญ ชวนภาคประชาชนเดินหน้า ชี้ ภท.ยื่นแล้ว อย่าปล่อยเสียงประชามติค้างหน้าประตูสภา
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ผลประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งประชาชนเห็นชอบในหลักการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้สะท้อนเจตจำนงของประชาชนแล้ว ขั้นตอนต่อไปจึงควรนำเสียงดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการรัฐสภาอย่างเป็นรูปธรรม
Key facts
- ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ผลประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งประชาชนเห็นชอบในหลักการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้สะท้อนเจตจำนงของประชาชนแล้ว
- เมื่อประชาชนทำหน้าที่ผ่านคูหาเลือกตั้งแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติก็ต้องรับช่วงต่อด้วยการจัดทำและพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ควรปล่อยให้ผลประชามติเป็นเพียงข้อมูลทางการเมืองที่ทุกฝ่ายกล่าวถึง
- 'ธนพร' ชี้รัฐบาลเสถียรภาพแน่น ตัวเลขเศรษฐกิจเข้มแข็ง ไม่จำเป็นต้องสร้างแรงกระเพื่อม
- 'วัน' ถึงกับอึ้ง! เกิดมาเพิ่งเคยเห็น ขับกล้าธรรมพ้นฝ่ายค้าน
- ภูมิใจไทยปัดกระแส 'กล้าธรรม' จ่อร่วมรัฐบาล ยันพรรคร่วมคงเดิม
- เกาเหลาฝ่ายค้าน! 'ปิยวัฒน์' กร้าว! 'กล้าธรรม' มีศักดิ์ศรี โวยอย่าเล่นการเมืองเยอะ
Summary
ผศ.ดร.เชษฐาระบุว่า ฝ่ายค้านควรเร่งเสนอร่างของตนต่อรัฐสภา หลังจากพรรคภูมิใจไทยได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาแล้ว ขณะที่ไอลอว์และเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งได้เริ่มกระบวนการเสนอร่างและยื่นรายชื่อผู้ริเริ่มแล้ว ก็ควรทำให้ครบขั้นตอน เพื่อเดินหน้ายื่นร่างเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
เมื่อประชาชนทำหน้าที่ผ่านคูหาเลือกตั้งแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติก็ต้องรับช่วงต่อด้วยการจัดทำและพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ควรปล่อยให้ผลประชามติเป็นเพียงข้อมูลทางการเมืองที่ทุกฝ่ายกล่าวถึง แต่ไม่มีผู้รับผิดชอบนำไปปฏิบัติ
การเสนอร่างไม่จำเป็นต้องหมายความว่าทุกฝ่ายต้องเห็นตรงกันตั้งแต่ต้น เพราะรัฐสภามีหน้าที่นำข้อเสนอหลายฉบับมาอภิปราย เปรียบเทียบ และพิจารณาอย่างเปิดเผย หากฝ่ายค้านมีร่างของตนเองก็ควรยื่นเข้าสู่สภา ไม่ต้องรอให้รัฐบาลเป็นผู้กำหนดจังหวะเพียงฝ่ายเดียว ส่วนภาคประชาชนก็ควรผลักดันร่างที่จัดทำไว้ให้เดินหน้าตามขั้นตอน