The Standard
รัฐบาลแจง ‘เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ’ ยังไม่ผิดกฎหมาย ย้ำ UPOV 1991 ยังไม่มีข้อสรุป
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วานนี้ (22 กันยายน) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกระแสข้อมูลเกี่ยวกับการปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 และอนุสัญญา UPOV1991โดยเฉพาะข้อความที่มีการเผยแพร่ว่า ‘ต่อไปเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกเองจะผิดกฎหมาย’ ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับสถานะข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เนื่องจากกฎหมายยังไม่ได้มีการแก้ไขตามที่กล่าวอ้าง และการปรับปรุง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืชฯ ยังอยู่ในขั้นตอนศึกษา รับฟังความคิดเห็น และจัดทำรายละเอียดเท่านั้น
Key facts
- วานนี้ (22 กันยายน) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกระแสข้อมูลเกี่ยวกับการปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 และอนุสัญญา UPOV1991โดยเฉพาะข้อความที่มีการเผยแพร่ว่า
- ที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้เปิดเวทีให้ความรู้และรับฟังความคิดเห็นแล้ว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ณ จังหวัดเชียงใหม่ และวันที่ 18 กันยายน 2569 ณ กรุงเทพมหานคร มีผู้เข้าร่วมจากกลุ่มเกษตรกร ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน รวมประมาณ
- ขอยืนยันว่า วันนี้เกษตรกรไม่ได้กลายเป็นผู้กระทำผิดเพียงเพราะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ การปรับกฎหมายก็ยังไม่มีข้อสรุปสุดท้าย จึงไม่ควรนำสิ่งที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาไปสื่อสารเสมือนว่าเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว”
- ในส่วนของพันธุ์พืชพื้นเมืองและทรัพยากรพันธุกรรมของไทย พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ไม่ได้มีเฉพาะการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ แต่ยังมีกลไกการคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น การขึ้นทะเบียนชุมชน
Summary
“ขอยืนยันว่า วันนี้เกษตรกรไม่ได้กลายเป็นผู้กระทำผิดเพียงเพราะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ การปรับกฎหมายก็ยังไม่มีข้อสรุปสุดท้าย จึงไม่ควรนำสิ่งที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาไปสื่อสารเสมือนว่าเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
แม้ภายใต้ UPOV 1991 สิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์จะครอบคลุมกว้างขึ้น แต่ UPOV เองกำหนดช่องทางให้ประเทศสมาชิกสามารถกำหนดข้อยกเว้นเรื่อง Farm-saved seed เพื่อให้เกษตรกรนำผลผลิตจากพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองซึ่งปลูกในพื้นที่ของตนเองกลับมาใช้เป็นส่วนขยายพันธุ์ในพื้นที่ของตนได้ ภายในขอบเขตที่เหมาะสมและโดยคำนึงถึงผลประโยชน์โดยชอบของนักปรับปรุงพันธุ์ รายละเอียดจึงขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละประเทศ ไม่ใช่ข้อห้ามแบบเดียวกันทั้งหมด
สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมวิชาการเกษตรจะจัดทำร่างพระราชบัญญัติฉบับเต็ม ซึ่งจะต้องระบุรายละเอียดสำคัญทั้งเงื่อนไข ระยะเวลา อายุการคุ้มครอง และเรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมาย (RIA) เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน แล้วจึงนำทั้งข้อสนับสนุน ข้อคัดค้าน และข้อเสนอแนะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามลำดับ