← Back to KHAO

กกต.เคลียร์ชัด มีชื่อส.ว.โผล่สำนวนฮั้ว ยันไม่ได้แปลว่ากระทำผิด แจง 3 สถานะความหมายต่างกัน

2 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 22 กันยายน จากกรณี นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย และ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว.ยื่นหนังสือขอความชัดเจนกรณีมีชื่ออยู่ในเอกสารข่าว กกต. ที่ เปิดเผยมติสำนวนไต่สวนการเลือก ส.ว. ข้อกล่าวหาที่ 4-7 เมื่อ 14 ก.ย.โดยบุคคลทั้งสองอยู่ในสำนวนไต่สวนที่แยกจากสำนวนหลัก และ กกต.มีมติเอกฉันท์ยกคำร้อง

Key facts

Summary

หากพยานหลักฐานสนับสนุนฟังได้ว่าผู้ถูกร้องอาจกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือก ส.ว. จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา แก่ผู้ถูกร้องตามขั้นตอนที่กฎหมายและและระเบียบ กกต.ข้อ 54 ในกรณีที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานแล้วพบว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล หรือไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนฟังได้ว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือก ส.ว. ก็สามารถดำเนินการตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบกำหนดเพื่อยุติเรื่อง หรือยกคำร้องได้ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งข้อกล่าวหา

โดย สำนักงานกกต. ได้ชี้แจงทำความเข้าใจถึงการที่มีรายชื่อส.ว.หรือบุคคลต่างๆ ปรากฏอยู่ในสำนวนการสืบสวนไต่สวนเกี่ยวกับการเลือก ส.ว.ว่า “การมีชื่อปรากฏในสำนวน” “การมีสถานะเป็นผู้ถูกร้อง” และ “การได้รับแจ้งข้อกล่าวหา”

ส่วน ผู้ถูกร้อง เป็นสถานะในกระบวนการตรวจสอบข้อกล่าวหากำหนด ไม่ใช่ข้อยุติว่าบุคคลนั้นกระทำความผิด ตามระเบียบกกต. และการแจ้งข้อกล่าวหา เป็นขั้นตอนที่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องได้รับทราบข้อกล่าวหาและใช้สิทธิชี้แจง แสดงพยานหลักฐาน และโต้แย้งข้อกล่าวหา ไม่ใช่การตัดสินว่ากระทำความผิด ซึ่งหากกรณีไม่มีพยานหลักฐานฟังได้ว่าผู้ถูกร้องกระทำความผิด ก็อาจไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อยุติเรื่องหรือยกคำร้องได้เลย

Read full article at Matichon →