Microsoft · S&P 500 · Prachachat
ทิสโก้เปิดแผลเศรษฐกิจไทย ส่งออกโตแต่ผลิตไม่โต เสี่ยง “ซึมยาว” 10 ปี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ทิสโก้ห่วงจีดีพีไตรมาส 4 โตแค่ 1.2% ต่ำสุดในรอบปี ชี้ข้อกังวลส่งออกพุ่ง 20% แต่ภาคผลิตโตเพียง 0.1% หลังสินค้าจีนเข้ามาตีตลาด ประเมินเศรษฐกิจไทย เสี่ยงซึมยาว 10 ปี แรงงานลด พึ่งนำเข้าสูง ฉุดศักยภาพโต ส่วนภาพรวมโลกเข้าสู่ยุคหนี้สูง ยีลด์ขาขึ้น แรงหนุนเอไอลงทุน ช่วยดัน S&P 500 มีลุ้นแตะ 8,000 จุด
Key facts
- ทิสโก้ห่วงจีดีพีไตรมาส 4 โตแค่ 1.2% ต่ำสุดในรอบปี ชี้ข้อกังวลส่งออกพุ่ง 20% แต่ภาคผลิตโตเพียง 0.1% หลังสินค้าจีนเข้ามาตีตลาด ประเมินเศรษฐกิจไทย เสี่ยงซึมยาว 10 ปี แรงงานลด พึ่งนำเข้าสูง ฉุดศักยภาพโต ส่วนภาพรวมโลกเข้าสู่ยุคหนี้สูง
- นอกจากนี้ตัวเลขการส่งออกภาพรวมจะดูเติบโตแข็งแกร่งเป็นตัวเลขสองหลัก แต่โครงสร้างภาคการผลิตไทยกลับเกิดภาวะ การส่งออกที่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจในประเทศอย่างแท้จริง เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าสินค้าและชิ้นส่วนสูงขึ้นจาก 48% ในปี 2561
- นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) กล่าวว่า ประเมินภาพรวมอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในไตรมาสที่ 4 จะเติบโตได้เพียง 1.2% เท่านั้น ต่ำที่สุดในรอบปี
- ไตรมาส 2 จะเห็นว่าส่งออกโตไป 20% แต่ภาคการผลิตโตแค่ 0.1% หมายความว่าของที่เราผลิตใช้เองในประเทศแทบจะไม่โตเลย เราถูกแทนที่ด้วยสินค้าจีน ทุกวันนี้ซื้ออะไรกดในแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้า ก็เจอของจีนอยู่แล้ว ธุรกิจไทยสู้ยาก”
- สัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปของไทยแตะระดับ 14% เท่ากับญี่ปุ่นแล้ว โดยระยะเวลาห่างกันเพียง 28 ปี อัตราการเกิดต่ำวิกฤต ซึ่งลดต่ำกว่าระดับ 2.0 และต่ำกว่าแนวโน้มของญี่ปุ่น
- จนกลายเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ซึ่งคาดว่าอาจต้องใช้เวลานานกว่า 10 ปี ในการฟื้นฟูศักยภาพการเติบโตมากกว่า 3% กับการฟื้นโครงสร้างประชากร และทำให้อัตราการเกิดใหม่เพิ่มขึ้น รวมถึงจำเป็นต้องเร่งลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตให้สูงขึ้นควบคู่กันไป
Summary
ทั้งนี้แรงกระตุ้นที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะต้องมาจากภาครัฐเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงไตรมาสที่สี่ ถือเป็นไตรมาสแรกของงบประมาณในปี 2570 เพื่อทำให้มีเม็ดเงินของภาครัฐในโครงการต่างๆ ออกมากระตุ้น หรือภาครัฐมีการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในระดับ 1,000–2,000 บาทต่อคนต่อเดือน อาจช่วยผลักดันให้จีดีพีไตรมาส 4 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 2% ได้ แต่การจะเร่งให้เติบโตถึงระดับ 3% กว่าเหมือนในปีก่อนยังคงเป็นเรื่องยาก
นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) กล่าวว่า ประเมินภาพรวมอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ในไตรมาสที่ 4 จะเติบโตได้เพียง 1.2% เท่านั้น ต่ำที่สุดในรอบปี เนื่องจากต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันรอบด้าน ทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น กำลังซื้อที่ซบเซา ปัญหาสินค้าจีนทะลักเข้าดึงกำลังซื้อในประเทศ และโจทย์เชิงโครงสร้างประชากรระยะยาว ประกอบกับจีดีพีในปีก่อนมีฐานที่อยู่ในระดับสูง และนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายกับคนละครึ่งพลัสที่รัฐให้งบประมาณสนับสนุน
อย่างไรก็ตามเมื่อประเมินจีดีพีไทยในไตรมาสที่ 4 จะขยายตัว 1.2% โดยเซกเตอร์ที่มีความน่ากังวลมากสุดจะเป็นอุตสาหกรรมและการผลิตของไทยกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างหนัก แม้ในไตรมาสที่ 2 ตัวเลขการส่งออกรวมจะขยายตัวได้ถึง 20% แต่ภาคการผลิตจริงกลับเติบโตเพียง 0.1% เท่านั้น สัญญาณนี้สะท้อนว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้บริโภคภายในประเทศถูกทดแทนด้วยสินค้าราคาถูกจากประเทศจีนที่เข้ามาผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ