The Standard
ยศชนันเผย ครม. ยกระดับ TraffyFondue เป็นช่องทางรับร้องเรียนภาครัฐทั่วประเทศ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 6 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
วันนี้ (23 กันยายน) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการขยายผลการใช้งานแพลตฟอร์มรับแจ้งและบริหารจัดการปัญหาเมือง (Traffy Fondue) เป็นแพลตฟอร์มกลางของประเทศไทย พร้อมมอบหมายให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานในกำกับของรัฐทุกจังหวัด นำมาใช้เป็นช่องทางรับแจ้งเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ของประชาชน และเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
Key facts
- วันนี้ (23 กันยายน) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
- สำหรับ Traffy Fondue พัฒนาโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตั้งแต่ปี 2561 นำเทคโนโลยี AI มาช่วยจัดการเรื่องร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน LINE ได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีจุดเด่นในการระบุพิกัด GPS และแนบภาพถ่ายอัตโนมัติ
- ขณะที่ความสำเร็จในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ระหว่างปี 2565-2569 มีการแจ้งเรื่องรวม 1,247,909 เรื่อง ช่วยลดระยะเวลาแก้ไขปัญหาจากเดิมเฉลี่ย 13 วัน เหลือเพียง 2 วัน (คิดเป็นร้อยละ 77) โดยประชาชนพึงพอใจร้อยละ 81
- หน่วยงานที่ใช้งานสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, การไฟฟ้านครหลวง, สำนักงาน กสทช. และสายด่วน GCC 1111 ส่วนเรื่องที่ได้รับการแจ้งสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ไฟฟ้า, ถนน, ทางเท้า, การผิดกฎจราจร และความสะอาด
Summary
ผู้อำนวยการ สวทช. ระบุอีกว่า การที่ ครม. มีมติยกระดับ Traffy Fondue ให้เป็นบริการกลางภาครัฐ นับเป็นก้าวสำคัญของการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่คิดค้นโดยนักวิจัยไทย มาแก้ปัญหาจริงในระดับประเทศ กระทรวง อว. โดย สวทช. ได้ขยายระบบการรองรับ พัฒนาความสามารถของระบบและอัลกอริทึม AI ในการคัดกรอง จำแนก และส่งต่อเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอัตโนมัติ
สำหรับ Traffy Fondue พัฒนาโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตั้งแต่ปี 2561 นำเทคโนโลยี AI มาช่วยจัดการเรื่องร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน LINE ได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีจุดเด่นในการระบุพิกัด GPS และแนบภาพถ่ายอัตโนมัติ ช่วยลดขั้นตอนและงบประมาณภาครัฐ โดยที่ผ่านมา มีหน่วยงานใช้งานใน 37 จังหวัด รวม 22,577 หน่วยงาน ครอบคลุมประชาชนกว่า 34 ล้านคน มีการรับแจ้ง 1,944,956 เรื่อง แก้ไขแล้วเสร็จ 1,500,633 เรื่อง (ร้อยละ 77)
ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวอีกว่า การขยายผลเป็นบริการกลางทั่วประเทศจะทำให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และมีความโปร่งใส ส่วนภาครัฐสามารถบริหารจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีข้อมูลเชิงลึกช่วยลดต้นทุนทางเศรษฐกิจ และยกระดับดัชนีภาพลักษณ์ความโปร่งใสของภาครัฐต่อไป