Post Today
ถอดวิสัยทัศน์ “ศรพล ตุลยะเสถียร” ปั้นกบข.ยุคใหม่ สู่ “ลงทุนมั่นคง เกษียณมั่นใจ เศรษฐกิจไทยยั่งยืน”
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ศรพล วางยุทธศาสตร์ กบข.ยุคใหม่ ชู 4 แนวทาง ออมเร็ว ออมให้พอ เลือกแผนที่เหมาะสม และใช้เงินหลังเกษียณอย่างยั่งยืน ใช้ DATA-AI ออกแบบการออม ปรับพอร์ตลงทุนรับโลกผันผวน สู่เกษียณมั่นคงยั่งยืน
Key facts
- ตัวเลขที่ กบข.จับตา สะท้อนโจทย์เรื่องเงินเกษียณได้ชัดเจน โดยปี 2569 มีสมาชิกที่จะเกษียณเกือบ 2 หมื่นคน แต่มีเงินออมในบัญชี กบข.เฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ขณะที่ข้าราชการมีหนี้เฉลี่ยราว 1.8 ล้านบาท
- ออมให้พอ แม้กฎหมายเปิดทางให้สมาชิก กบข. ออมเพิ่มได้สูงสุด 27% เมื่อรวมกับเงินสะสมปกติ 3% เท่ากับสามารถออมได้สูงสุด 30% ของเงินเดือน และยังได้รับเงินสมทบจากรัฐเพิ่มเติม แต่ปัจจุบันพบว่าในสมาชิก 1.2 ล้านคน ประมาณ 65% ยังไม่ได้ออมเพิ่ม
- ( Percentile 75) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความพร้อมทางการเงิน หากมีรายได้หลังเกษียณประมาณ 37,000 บาทต่อเดือน จะเป็นระดับที่ช่วยให้สมาชิกมีเงินใช้จ่ายและมีคุณภาพชีวิตที่ค่อนข้างดี
- ไม่ได้มาพร้อมโจทย์เพียงการบริหารเงินกองทุนให้สร้างผลตอบแทนที่ดี แต่เป็นโจทย์ใหญ่กว่านั้น คือ ทำอย่างไรให้สมาชิกกว่า 1.2 ล้านคนมีเงินพอใช้และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงหลังเกษียณ
- เลือกแผนที่เหมาะสม สมาชิก กบข. กว่า 1.2 ล้านคน มีทั้งอายุ รายได้ ภาระหนี้ และความสามารถในการรับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน คนที่เพิ่งเริ่มทำงานย่อมมีโจทย์ไม่เหมือนคนใกล้เกษียณ
Summary
เสียงจากสมาชิกหลายเรื่องยังตรงกับสิ่งที่ กบข.กำลังคิดและเตรียมทำอยู่แล้ว ทำให้ทิศทางใหม่ไม่ได้เริ่มจากการ “คิดแทนสมาชิก” แต่เริ่มจาก “ฟังสมาชิก แล้วนำกลับมาออกแบบบริการ”
เมื่อข้าราชการไทยออมเงินช้าลง ขณะที่อายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ท่ามกลางโลกการเงินที่ผันผวน กบข. ยุคใหม่ภายใต้การนำของ “ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” จึงวางยุทธศาสตร์ “ลงทุนมั่นคง เกษียณมั่นใจ เศรษฐกิจไทยยั่งยืน" พร้อมใช้ Data และ AI ยกระดับการลงทุน ยกระดับพอร์ตสู่มาตรฐานสากลมากขึ้น เพื่อออกแบบอนาคตหลังเกษียณที่มั่นคงและยั่งยืนให้สมาชิก
ตัวเลขที่ กบข.จับตา สะท้อนโจทย์เรื่องเงินเกษียณได้ชัดเจน โดยปี 2569 มีสมาชิกที่จะเกษียณเกือบ 2 หมื่นคน แต่มีเงินออมในบัญชี กบข.เฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ขณะที่ข้าราชการมีหนี้เฉลี่ยราว 1.8 ล้านบาท