Ban Muang
REIC เปิดภาพตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล Q2 อาคารชุดยอดขายพุ่ง 19.5% บ้านจัดสรรชะลอเปิดโครงการใหม่หนุนสต็อกรวมลดลง 10.2%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
REIC เปิดภาพตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล Q2 อาคารชุดยอดขายพุ่ง 19.5% บ้านจัดสรรชะลอเปิดโครงการใหม่ หนุนสต็อกรวมลดลง 10.2%
Key facts
- ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รายงาน สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุ งเทพฯ และ 5 จังหวัดปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่า ตลาดส่งสัญญาณปรับตัวเชิ งโครงสร้างเพื่อสร้างสมดุลใหม่ โดยผู้ประกอบการชะลอการเปิ ดโครงการใหม่
- พื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาพโดยรวมอุปทานกำลังปรับสู่สิ นค้าราคาต่ำลง และเห็นการฟื้นตัวในกลุ่ มอาคารชุด แต่บ้านจัดสรรยังคงชะลอตัว โดยมีหน่วยเสนอขายรวม (Total Supply) รวม 88,528 หน่วย ลดลง 6.0% YoY มูลค่า 692,411 ล้านบาท ลดลง 8.2%
- คุณสิทธิเพ็ญ สิทธัตถพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจั ยและนวัตกรรม รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมู ลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จากผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยใน 27 จังหวัดทั่วประเทศ ไตรมาส 2 ปี 2569 มีหน่วยเสนอขายรวม (Total Supply) 359,433 หน่วย
- เมื่อวิเคราะห์ภาวะตลาดกรุงเทพฯ และ 5 จังหวัดปริมณฑล ทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทานพบว่ า Total Supply มีจำนวน 214,083 หน่วย ลดลง 9.6% YoY (อาคารชุด 85,249 หน่วย ลดลง 5.8%, บ้านจัดสรร 128,834 หน่วย ลดลง 11.9%) มีหน่วยขายได้ใหม่ (New Supply)
- ด้านทำเลที่น่าสนใจ อาคารชุดโซนสุขุมวิท มียอดขายใหม่ เพิ่มขึ้น 138.6% YoY อัตราดูดซับ 5.2% จะใช้เวลาขายอุปทานคงเหลื อประมาณเพียง 16 เดือน ขณะที่บ้านจัดสรรโซนบึงกุ่ม-คั นนายาว-สะพานสูง ทำยอดขายได้ใหม่เพิ่มขึ้น 52.4% YoY ส่วนพื้นที่พึงระวัง
- พื้นที่จังหวัดนนทบุรีมี Total Supply 31,687 หน่วย ลดลง 9.0% YoY มีการชะลอเปิด New Supply อย่างมีนัยสำคัญโดยลดลงถึง 67.7% ส่งผลให้ New Sales เพิ่มขึ้น 5.8% ส่งผลให้ Remaining Supply ลดลง 9.6% เหลือ 30,269 หน่วย อัตราดูดซับเฉลี่ย 1.5%
Summary
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รายงาน สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุ งเทพฯ และ 5 จังหวัดปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่า ตลาดส่งสัญญาณปรับตัวเชิ งโครงสร้างเพื่อสร้างสมดุลใหม่ โดยผู้ประกอบการชะลอการเปิ ดโครงการใหม่ ส่งผลให้หน่วยเหลือขายสะสมลดลง 10.2% เหลือ 202,414 หน่วย ขณะที่ยอดขายได้ใหม่เพิ่มขึ้น 2.6% โดยมีแรงผลักดันหลักจาก ตลาดอาคารชุดที่มียอดขายพุ่งขึ้ นถึง 19.5% มีอัตราดูดซับเฉลี่ย 2.4% ต่อเดือน จะใช้เวลาขายอุปทานคงเหลื อประมาณ 39 เดือน สวนทางกับ
ดร.มานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริ มทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ และปริมณฑลกำลังเผชิญหน้ากับยุ คแห่งการเปลี่ยนผ่าน ทั้งจากการขยายตัวของโครงข่ ายระบบรางที่กระจายความเจริญสู่ รอบนอก และต้นทุนราคาที่ดินกับค่าก่ อสร้างที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องเน้ นการสร้างมูลค่าเพิ่ม มากกว่าแค่การแข่งขันด้านราคา นอกจากนี้ กำลังซื้อยังแยกออกเป็นสองขั้ วอย่างชัดเจน โดยกลุ่มระดับบน (High-End & Luxury) เติบโตจากความต้องการทำเลย่านธุ รกิจ
“การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กำลั งมีจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุ ดในเชิงพื้นที่คือ การขยายตัวของเมืองกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นแบบกระจุกตั วในใจกลางเมืองอีกต่อไป แต่ขยายตัวเป็นโครงข่าย (Network City) จนเกิดศูนย์กลางย่อยในหลายพื้ นที่ โดยทำเลทองยุคใหม่จะถูกขับเคลื่ อนด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การเข้าถึงระบบราง, การอยู่ใกล้แหล่งงาน ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และความครบครันที่ตรงกับไลฟ์ สไตล์ ทำให้เกิด 2 ทำเลยุทธศาสตร์สำคัญ คือ New CBD (พระราม 9 – รัชดา) ซึ่งราคาที่ดินยังพั