← Back to KHAO

ภราดร ยัน รัฐบาลแจ้งเตือนประชาชนรับมือฝนตกหนักไม่ล่าช้า หลังกรมอุตุฯ แจ้งเตือนเฝ้าระวัง 23-26 ก.ย.นี้ เผย เอกนิติ สั่งรับมือสถานการณ์ จ่อ เพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา 1,500 ลบ.ม./วินาที พร้อมใช้วิธีผันน้ำแบบก้างปลาลงทุ่งรับน้ำ ชี้ เป็นน้ำก้อนใหญ่ก้อนสุดท้ายก่อนทิ้งช่วงไปเดือน ต.ค.

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 7 outlets. See llms.txt for citation guidance.

KHAO Verified

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรมอุตุนิยม ออกประกาศแจ้งเตือนฝนตกหนักมาก ว่า คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีการประชุมเร่งด่วนเสร็จสิ้นแล้ว โดยนำการพยากรณ์อากาศในช่วงหนึ่งสัปดาห์นี้มารายงานต่อที่ประชุม ทราบว่าระหว่างวันที่ 23 - 26 กันยายนนี้ จะมีปริมาณน้ำฝนปริมาณมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง

Key facts

Summary

นอกจากนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มาร่วมให้ข้อมูลด้วย โดยได้มีข้อสั่งการจากนายเอกนิติในหลายประเด็น โดยพื้นที่ภาคกลางมีการประเมินว่าปริมาณน้ำตกค้างที่เกิดขึ้นจากฝนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีปริมาณมากพอสมควรในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร พิษณุโลก นครสวรรค์ สุโขทัย และอุทัยธานี ทำให้ปริมาณน้ำที่ลงมาในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น เป็นเหตุให้กรมชลประทานระบายน้ำในอัตราเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะควบคุมการระบายน้ำไม่ให้เกินจากระดับนี้ จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน 3-4 วันหลังจากนี้ นายเอกนิติได้กำชับให้บริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และให้บริหารจัดการน้ำในแนวก้างปลา โดยมีทุ่งรับน้ำที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตเแล้ว ให้พยายามเอาน้ำไปเก็บไว้ตรงนั้นก่อน ทั้งในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และลพบุรีบางส่วน เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับพี่น้องประชาชนที่อยู่พื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และจังหวัดอ่างทองบางส่วน

นายภราดร กล่าวด้วยว่า ตนได้ถามในที่ประชุมว่าจากการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมชลประทาน ประเมินตรงกันหรือไม่ว่าน้ำก้อนนี้จะเป็นก้อนสุดท้าย ซึ่งพบว่าจากพยากรณ์ล่าสุดจนถึงวันนี้ ยืนยันว่า ปริมาณน้ำฝนก้อนนี้จะเป็นก้อนใหญ่ก้อนสุดท้าย ส่วนหลังจากนี้ไปจนถึงช่วงเดือนตุลาคมจะทิ้งระยะพอสมควร ซึ่งทำให้การระบายน้ำก้อนนี้ออกไปได้ ทั้งนี้ แม้ผลกระทบจะมีบ้างในพื้นที่ลุ่มต่ำ แต่จะพยายามควบคุมให้เกิดผลเสียกับประชาชนน้อยที่สุด