สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
มท.2 นำทีมตรวจ ชาบัด ทั้งประเทศ สั่งผู้ว่าฯภูเก็ต สอบขอใบอนุญาตก่อสร้าง ชั้น 6 ใน 30 วันไม่ครบทุบทิ้ง จี้ สอบทุนอิสราเอลซื้อที่ดิน 3 จังหวัดชายแดนใต้เกือบร้อยล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีมีเบาะแสว่า จะมีการเปิดชาบัดแห่งใหม่ที่จังหวัดกระบี่ว่า ขอพูดถึงภาพรวมชาบัดทั้งประเทศ ซึ่งตอนนี้จากข้อมูลพบว่า มี 8-9 แห่งแล้ว อย่างที่จังหวัดภูเก็ตได้มีการสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้มีความเข้มข้นในการเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบก็พบข้อพิรุธ ในการขอใบอนุญาต ทั้งการต่อเติมบนชั้น 6 ซึ่งมีระยะเวลาให้ทางชาบัด 30 วัน ถ้าหากไม่มาขออนุญาต หรือยื่นเอกสารก็คงจะต้องมีการทุบ
Key facts
- นายพลพีร์ กล่าวว่า ขณะนี้มีสส. หลายคนเข้ามาพูดคุยกับตน ว่าขณะนี้มีเครือข่ายของชาวอิสราเอล โดยเฉพาะบริษัทที่ทำสุสาน หรือธุรกิจอื่น ไปซื้อที่ดินในสามจังหวัดชายแดนใต้ มูลค่าเกือบร้อยล้านบาท โดยในอนาคตอันใกล้ตนจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตนเอง
- เมื่อถามว่า คนจังหวัดกระบี่ค่อนข้างที่จะกังวลใจเรื่องของการสร้างชาบัด นายพลพีร์ กล่าวว่า หากประชาชนกังวลใจ ตนก็กังวลเหมือนกัน เป็นหน้าที่ของกรมการปกครอง และผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องหาข้อมูลและประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเข้าใจ
Summary
ส่วนกรณีชาบัด ในพื้นที่กรุงเทพที่เจอในพื้นที่ถนนพระอาทิตย์ และซอยสุขุมวิท 22 นายพลพีร์ กล่าวว่า ชาบัด ที่ถนนพระอาทิตย์ทางกทม.ได้เข้าไปตรวจสอบแล้ว และไม่ได้มีการก่อสร้างชั้นใต้ดินตามที่เป็นข่าว ส่วนชั้น 2 และ ชั้น 3 เป็นที่พักสำหรับชาวอิสราเอลที่อยู่กันเป็นครอบครัว เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติ ขณะที่ชาบัด บริเวณซอยสุขุมวิท 22 พบว่า มีการสร้างที่จอดรถลงไปใต้ดิน 3 ชั้น และมีอาคารอีก 5 ชั้น ซึ่งมีการขออนุญาตก่อสร้างตามมาตรา 39 ทวิ ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารพ.ศ. 2522
ส่วนชาบัดในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังจะก่อสร้าง ประชาชนในชุมชนก็ยังมีข้อกังวล ก็คงต้องเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบ โดยเฉพาะเรื่องใบอนุญาต ขณะเดียวกันตนได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดูไปถึงบริษัท ว่ามีการครอบครองที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และการขออนุญาตในการก่อสร้างเป็นอย่างไร รวมทั้งขอให้ดูเส้นเงินที่นำเงินมาใช้ในการก่อสร้าง ในการสร้างชาบัด และโบสถ์ของชาวยิว ซึ่งไม่ได้เป็นสถานที่ที่จะสร้างรายได้ได้ เพราะฉะนั้นหากนำเงินมาลงทุน
นายพลพีร์ กล่าวว่า ขณะนี้มีสส. หลายคนเข้ามาพูดคุยกับตน ว่าขณะนี้มีเครือข่ายของชาวอิสราเอล โดยเฉพาะบริษัทที่ทำสุสาน หรือธุรกิจอื่น ไปซื้อที่ดินในสามจังหวัดชายแดนใต้ มูลค่าเกือบร้อยล้านบาท โดยในอนาคตอันใกล้ตนจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตนเอง ว่าเป็นพื้นที่ใคร และ วัตถุประสงค์ในการไปซื้อที่ดินในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะกังวลว่าหากใช้พื้นที่ในการทำกิจกรรมที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางศาสนา หรือวัฒนธรรมในชุมชนก็จะเกิดปัญหาตามมาอีก