← Back to KHAO

กองทุนน้ำมันฯ เตรียมแผนกู้แสนล้านบาท หลังฐานะกองทุนติดลบพุ่ง

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

กองทุนน้ำมันฯ เตรียมแผนกู้แสนล้านบาท หลังฐานะกองทุนติดลบพุ่ง

กรุงเทพฯ 22ก.ย. - กองทุนน้ำมันฯเตรียมแผนกู้แสนล้านบาท หลังฐานะกองทุนติดลบพุ่ง กว่า92,000ล้านบาทส่วนน้ำมันชีวภาพ​ หลังกรอบ​ครม.อนุมัติแผนวิกฤติน้ำมัน. ได้รับการอุดหนุนต่อไร้ปัญหาผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพลังงานแจ้งว่า​ ในขณะนี้กำลังพิจารณาแผนการกู้เงินรอบใหม่ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากที่กู้มารอบแรกปีนี้2หมื่นล้านบาทและชำระหนี้กองทุนฯไปหมดแล้ว​โดยรอบใหม่จะเปิดให้สถาบันการเงินแข่งขันดอกเบี้ยเช่นเดิมโดยอาจกรอบวงเงิน​1แสนเพื่อครอบคลุมวงเงินที่จะติดลบเพื่อพยุงราคาน้ำมันลดค่าครองชีพของประชาชนเพราะล่าสุดวันที่20ก.ย.69กองทุนฯติดลบปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 92,000 ล้านบาท และยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 700 ล้านบาทต่อวัน จากแนวโน้มดังกล่าว คาดว่ากองทุนน้ำมันจะมียอดติดลบแตะระดับ 1 แสนล้านบาทอย่างแน่นอนภายในช่วงปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคม 2569 สำหรับแผนรองรับสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งเห็นชอบให้ขยายกรอบแผนให้ครอบคลุมถึงปี 2572 จากเดิมที่สิ้นสุดในปี 2567 โดยแผนดังกล่าวยังคงมาตรการดูแลราคาดีเซลและเบนซินที่ระดับ 30 บาท รวมถึงปรับเกณฑ์รองรับความผันผวนของราคาน้ำมัน จากเดิมที่กำหนดการเปลี่ยนแปลง 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายใน 1 สัปดาห์ เป็น 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนความผันผวนของตลาดน้ำมันที่เพิ่มขึ้น อีกประเด็นสำคัญคือการเพิ่มบทบาทเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าในภาวะที่ราคาพลังงานโลกมีความผันผวนสูง โดยจะต้องหารือถึงโครงสร้างราคาของไบโอดีเซลและเอทานอล เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบในประเทศยังอยู่ในระดับสูงสำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยอมรับว่ายังเป็นปัจจัยที่น่ากังวล เนื่องจากประเมินว่าสถานการณ์สู้รบมีแนวโน้มยืดเยื้อ และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกยังมีโอกาสทรงตัวในระดับสูง แม้ระยะสั้นราคาจะเริ่มปรับตัวลดลงก็ตามนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ “แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572” และ “แผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572” เพื่อวางกรอบการบริหารจัดการพลังงานของประเทศให้พร้อมรับความผันผวนของตลาดโลก ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้เอง โดยเฉพาะเชื้อเพลิงชีวภาพนางสาวลลิดา กล่าวว่า เชื้อเพลิงชีวภาพถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากสามารถผลิตจากวัตถุดิบทางการเกษตรภายในประเทศ และนำมาใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วยทดแทนการใช้น้ำมันจากต่างประเทศบางส่วน ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572 จึงกำหนดให้การรองรับการเปลี่ยนผ่านของน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญ ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเมื่อเกิดวิกฤต เพื่อให้ประเทศไทยมีเครื่องมือบริหารจัดการพลังงานที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานที่ผลิตได้ภายในประเทศมากขึ้นขณะเดียวกัน แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572 ยังวางกรอบการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและลดผลกระทบต่อประชาชนเมื่อเกิดความผันผวนของราคาพลังงาน โดยต้องคำนึงถึงฐานะและสภาพคล่องของกองทุน รวมถึงความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาวรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเพิ่มบทบาทของเชื้อเพลิงชีวภาพยังช่วยเชื่อมโยงนโยบายพลังงานกับภาคการเกษตร เนื่องจากวัตถุดิบสำคัญสามารถผลิตได้ภายในประเทศ ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทยมากขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศเพียงด้านเดียว .-511-สำนักข่าวไทย

Key facts

Read full article at MCOT (TNA) →