Krungthep Turakij
'สุรเดช' ชง รัฐบาล งัด ยาแรงแก้นอมินีต่างชาติ ยกเลิกฟรีวีซ่าปิดช่องโหว่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
"สุรเดช" ชง รัฐบาลใช้ยาแรงแก้นอมินีต่างชาติ จี้ เชือดไก่ให้ลิงดู ยกเลิกฟรีวีซ่าปิดช่องโหว่ แนะ แก้กฎหมายเพิ่มโทษคนทำผิดให้รุนแรง หน่วยงานรัฐต้องบูรณาการกัน
Key facts
- 22 ก.ย.นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหานอมินีต่างชาติว่า ทางออกสำคัญในขณะนี้ รัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและจริงจัง
- นายสุรเดช กล่าวว่า รวมไปถึงการปรับกติกาธุรกิจเฉพาะ ที่ต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์และลดขั้นตอนซ้ำซ้อนใน 8 ธุรกิจบริการเฉพาะทางของคนต่างด้าว เพื่อจัดระเบียบใหม่ให้โปร่งใส เพิ่มโทษให้รุนแรงมากขึ้น ทั้งผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน
- นายสุรเดช ยังเสนอแนะรัฐบาลว่า 1.ควรกำหนดเงื่อนเวลาว่าจะดำเนินการภายในกี่เดือนเพื่อกระตุ้นการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 2.ติดตามตรวจสอบและลงโทษเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด ที่สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มทุนนอมินีต่างชาติอย่างเด็ดขาด
- นอกจากนี้ รัฐบาลควรสั่งให้หน่วยงานส่วนกลางลงไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เช่น กองบังคับการปราบปราม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการแกะรอยเส้นทางการเงิน ฟอกเงิน และตรวจสอบโครงสร้างบริษัทที่ซับซ้อน เข้ามานำในการสืบสวน
Summary
22 ก.ย.นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหานอมินีต่างชาติว่า ทางออกสำคัญในขณะนี้ รัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและจริงจัง ต้องเชือดไก่ให้ลิงดู ไม่ใช่เพียงแค่ปรับเงินหรือสั่งปิดกิจการชั่วคราว แต่ต้องบังคับใช้บทลงโทษจำคุกจริงโดยไม่มีการละเว้น เพื่อไม่ให้กลุ่มทุนต่างชาติและคนไทยที่ยอมเป็นนอมินีกล้ากระทำผิดกฎหมายอีกต่อไป
นายสุรเดช กล่าวว่า รัฐบาลต้องบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด นำโดยกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกำกับดูแลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงมหาดไทย ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกัน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เบื้องต้นต้องตรวจสอบเชิงรุกที่ต้นน้ำ โดยการคัดกรองและเฝ้าระวังการจดทะเบียนบริษัท พร้อมกับตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง
นอกจากนี้ รัฐบาลควรสั่งให้หน่วยงานส่วนกลางลงไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เช่น กองบังคับการปราบปราม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการแกะรอยเส้นทางการเงิน ฟอกเงิน และตรวจสอบโครงสร้างบริษัทที่ซับซ้อน เข้ามานำในการสืบสวน ก็จะช่วยขุดรากถอนโคนขบวนการได้ แต่หากให้ตำรวจหรือท้องถิ่นในพื้นที่ดำเนินการเองต่อไป อาจติดขัดเรื่องอิทธิพลหรือข้อจำกัดด้านอำนาจได้