Krungthep Turakij
รับสร้างบ้านฝ่าหนี้ท่วม-ต้นทุนพุ่งเกมใหม่ที่ต้องอยู่รอดให้ได้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ธุรกิจรับสร้างบ้านเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อกำลังซื้อถูกกดด้วยหนี้ครัวเรือน ต้นทุนก่อสร้างขยับสูง และทุนอสังหาฯ รายใหญ่กระโดดข้ามสายธุรกิจเข้ามาแข่งขัน ขณะที่ผู้บริโภคยังมี “ความต้องการสร้างบ้าน” แต่ต้องคิดหนักระหว่างราคาวันนี้กับความเสี่ยงในวั
Key facts
- แม้ภาครัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือ เช่น การลดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ซึ่งขยายเวลาถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 แต่การกระตุ้นดังกล่าวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ตลาดกลับมาร้อนแรงในทันที
- ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงราว 90% ของ GDP หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 16.41 ล้านล้านบาท ขณะที่ข้อมูลเครดิตบูโรสะท้อนภาระหนี้ที่ซ้อนทับ โดยผู้กู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยมีบัญชีสินเชื่อเปิดใหม่เฉลี่ย 1.11-1.22 บัญชีต่อคนเมื่อภาระหนี้สูงขึ้น
- นายนิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน ประเมินว่า ปี 2568 ตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศในกลุ่มบ้านเดี่ยวพักอาศัย มีมูลค่ารวมราว 110,000-120,000 ล้านบาท ไม่นับรวมบ้านเดี่ยวในโครงการจัดสรร
- ให้บริการรับสร้างบ้านบนที่ดินของลูกค้า เจาะกลุ่มราคาตั้งแต่ 3.29 ล้านบาท ไปจนถึง 15 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมแบบบ้าน 84 แบบ ใน 14 ซีรีส์ เป็นหนึ่งในภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
- ราคาวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะเหล็ก กระเบื้อง และอุปกรณ์ไฟฟ้า มีแนวโน้มส่งผลต่อราคาก่อสร้าง ขณะที่ต้นทุนแรงงานก็กลายเป็นอีกแรงกดดัน หลังอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2569-2570 อยู่ในช่วง 337-400 บาทต่อวัน ตามพื้นที่และอัตราที่กำหนด
- ตลาดรับสร้างบ้านกำลังเดินเข้าสู่ปี 2569-2570 ท่ามกลางโจทย์ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในปี 2567-2568 ทั้งจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อที่อ่อนแรง และภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีสินค้าคงค้างจำนวนมาก สมาคมไทยรับสร้างบ้าน
- ภาพเศรษฐกิจครึ่งหลังปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ยังมีความเปราะบาง การฟื้นตัวมีแนวโน้มค่อยเป็นค่อยไปและไม่กระจายตัวเท่าเทียมกัน หรือที่เรียกว่า K-Shaped Recoveryแรงกดดันมาจากทั้งภายนอกและภายในประเทศ
- ผู้บริโภคติดกับดัก “อยากสร้าง แต่กู้ยาก”
Summary
ธุรกิจรับสร้างบ้านเผชิญความท้าทายจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคมีความสามารถในการกู้เงินลดลงและสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
ตลาดรับสร้างบ้านกำลังเดินเข้าสู่ปี 2569-2570 ท่ามกลางโจทย์ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในปี 2567-2568 ทั้งจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อที่อ่อนแรง และภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีสินค้าคงค้างจำนวนมาก สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) มองว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่เพียง “วัฏจักรขาลง” ที่รอวันฟื้นตัว แต่กำลังนำไปสู่การปรับโครงสร้างตลาดครั้งสำคัญ หรือ Market Restructuring โจทย์ของปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “ตลาดจะฟื้นหรือไม่”
ภาพเศรษฐกิจครึ่งหลังปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ยังมีความเปราะบาง การฟื้นตัวมีแนวโน้มค่อยเป็นค่อยไปและไม่กระจายตัวเท่าเทียมกัน หรือที่เรียกว่า K-Shaped Recoveryแรงกดดันมาจากทั้งภายนอกและภายในประเทศ ตั้งแต่ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและภาษีของสหรัฐฯ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่กระทบภาคเกษตรและรายได้ของครัวเรือนแต่แรงกดดันที่มีผลโดยตรงต่อธุรกิจบ้านกลับอยู่ในกระเป๋าของผู้บริโภค