Krungthep Turakij
'BJC' ชู 'ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว' ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน รับมือความท้าทายยุคใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
BJC เดินหน้าสร้าง “ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว” รับมือวิกฤติภูมิอากาศและกฎการค้าใหม่ ผ่านการลงทุนโซลาร์เซลล์-รถ EV ลดต้นทุนและความเสี่ยง พร้อมหนุน SME และเกษตรกรเติบโตไปกับธุรกิจอย่างยั่งยืน
Key facts
- รับมือวิกฤติภูมิอากาศและกฎระเบียบการค้าใหม่ โดยลงทุนโซลาร์เซลล์ช่วยลดต้นทุนกว่า 800 ล้านบาท ใช้รถ EV บริหารความเสี่ยงพลังงาน พร้อมดำเนินโครงการ “BigC Big Smart Local”
- ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2021-2022 แม้ในจุดเริ่มต้นจะมุ่งเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจ แต่ผลจากการเข้าไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้ช่วยเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ SME เติบโตไปพร้อมกับห่วงโซ่อุปทานสีเขียวได้อย่างยั่งยืน
- โครงการนี้นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จากเดิมที่มีสินค้าเข้าร่วมเพียง 200-300 รายการในปี 2022 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 3,000 รายการ ขณะที่จำนวนเกษตรกรและ SME เพิ่มขึ้นจาก 20-30 ราย เป็นมากกว่า 250 ราย
- ธุรกิจของ BJC ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มค้าปลีกอย่าง “Big C”
Summary
ธุรกิจของ BJC ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มค้าปลีกอย่าง “Big C” กลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋อง กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดจนกลุ่มเฮลท์แคร์และเทคนิคอล การมีห่วงโซ่คุณค่าที่ครอบคลุมหลากหลายเช่นนี้ ส่งผลให้การดำเนินงานด้าน “ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว” (Green Supply Chain) เป็นเรื่องธรรมชาติขององค์กร
วิจิตราเปิดเผยว่า มีปัจจัยสำคัญ 4 ประการ ที่ทำให้ BJC ต้องเร่งเครื่องด้านความยั่งยืน ประการแรก วิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรและต้นทุนสินค้า ประการที่สอง กฎระเบียบและข้อบังคับใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) รวมถึงกฎหมาย EPR (Extended Producer Responsibility) ที่ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต ทั้งทางกฎหมายและการเงิน ตลอดวงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์
ประการที่สามคือ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ที่ไม่ได้มองแค่การทำธุรกิจที่ไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป แต่คาดหวังให้องค์กรรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเชิงรุก และประการสุดท้ายคือ ความต้องการของคู่ค้า ลูกค้า และพนักงานรุ่นใหม่ ที่หันมาเลือกทำงานหรือร่วมธุรกิจกับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างชัดเจน