Thai Post
ภารกิจเร่งด่วนพาณิชย์! ยกระดับสกัด ‘นอมินี’ ครบวงจร
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รัฐบาลยกระดับสกัด 'นอมินี' ครบวงจร วางเป็น 1 ใน 9 ภารกิจเร่งด่วนพาณิชย์ เข้มทุนผิดกฎหมาย–ไม่กีดกันนักลงทุนสุจริต
Key facts
- 23 ก.ย.2569 - น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าสร้างการแข่งขันทางการค้าที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์
- 'พลอยทะเล' เผยถนนผังเมืองสระแก้ว 4 เลนคืบหน้า 70%
- 25-26 ก.ย.รัฐบาลชวนร่วมสัมผัสวิถีชีวิต 'ชมวิถีชาวเล ยลเสน่ห์มานิ'
- รัฐบาลตีปี๊บรีดภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ 11 เดือนกว่า 4 พันล้าน
- รัฐบาลยกระดับสกัด 'นอมินี' ครบวงจร วางเป็น 1 ใน 9 ภารกิจเร่งด่วนพาณิชย์ เข้มทุนผิดกฎหมาย–ไม่กีดกันนักลงทุนสุจริต
- 22ก.ย.ชงไทยพลัสเฟส2 ‘ปชป.’ย้ำลดภาษีน้ำมัน!
Summary
23 ก.ย.2569 - น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าสร้างการแข่งขันทางการค้าที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดการป้องกันและปราบปรามธุรกิจและสินค้าผิดกฎหมายเป็น 1 ใน 9 ภารกิจเร่งด่วนระยะสั้นและระยะกลาง ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ นอมินี และการประกอบธุรกิจของทุนต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
“ต้องย้ำว่า การถูกคัดกรองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงไม่ได้หมายความว่าบริษัทนั้นกระทำผิดหรือเป็นนอมินี และการมีคนต่างชาติร่วมถือหุ้นในสัดส่วนที่กฎหมายอนุญาตก็ไม่ได้ทำให้บริษัทนั้นเป็นนอมินีโดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการเหมารวมธุรกิจที่ดำเนินการโดยสุจริต ขณะเดียวกันก็ต้องไม่เปิดช่องให้มีการใช้โครงสร้างนิติบุคคลเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายไทย” นางสาวลลิดา กล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินงานไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกระทรวงพาณิชย์ แต่ใช้กรอบความร่วมมือระหว่าง 23 หน่วยงาน ซึ่งได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เพื่อสนับสนุนการบูรณาการข้อมูล การเฝ้าระวัง และการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ทำให้เมื่อพบกรณีที่มีความเสี่ยงหรือมีเหตุอันควรสงสัย สามารถส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายได้ อย่างไรก็ตาม