Prachachat
ดีอี พร้อมแจง สตง.หลัง ฝ่ายค้านจี้สอบ TH-AI Passport เหตุไม่เข้าข้อตกลงคุณธรรม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รมช.ดีอี พร้อมให้ตรวจสอบทุกโครงการ หลัง ‘ฝ่ายค้าน’ สตง.ขอให้สอบ “TH-AI Passport” ชี้ก่อนกล่าวหาต้องอยู่บนฐานข้อเท็จจริง เหตุโครงการไม่เข้าเงื่อนไขข้อตกลงคุณธรรม หลังส่งให้กรมบัญชีกลาง พิจารณา
Key facts
- หากโครงการไหนใช้งบเกิน 1,000 ล้านบาท ทางหน่วยงานต้องส่งเรื่องไปที่กรมบัญชีกลาง เพื่อให้คณะกรรมการคัดเลือกก่อน ว่าโครงการใดจะต้องนำเข้าสู่กระบวนการทำข้อตกลงคุณธรรมบ้าง จากนั้นกรมบัญชีกลางจึงได้มีหนังสือตอบกลับมายังหน่วยงาน ว่าโครงการ TH-AI
- รมช.ดีอี พร้อมให้ตรวจสอบทุกโครงการ หลัง ‘ฝ่ายค้าน’ สตง.ขอให้สอบ “TH-AI Passport”
- นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณีที่ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ตรวจสอบ
- พร้อมยกตัวอย่าง กรณีที่ฝ่ายค้านมีการพูดถึงเรื่องข้อตกลงคุณธรรม ว่า เรื่องนี้ก็ควรจะไปศึกษาขั้นตอนก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะตามขั้นตอนในการทำข้อตกลงดังกล่าว
Summary
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณีที่ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงและความโปร่งใสของการดำเนินโครงการ TH-AI Passport โดยยืนยันว่า ทุกโครงการพร้อมที่จะให้ตรวจสอบอยู่แล้ว แต่ต้องตรวจสอบอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่จินตนาการ
พร้อมยกตัวอย่าง กรณีที่ฝ่ายค้านมีการพูดถึงเรื่องข้อตกลงคุณธรรม ว่า เรื่องนี้ก็ควรจะไปศึกษาขั้นตอนก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะตามขั้นตอนในการทำข้อตกลงดังกล่าว หากโครงการไหนใช้งบเกิน 1,000 ล้านบาท ทางหน่วยงานต้องส่งเรื่องไปที่กรมบัญชีกลาง เพื่อให้คณะกรรมการคัดเลือกก่อน ว่าโครงการใดจะต้องนำเข้าสู่กระบวนการทำข้อตกลงคุณธรรมบ้าง จากนั้นกรมบัญชีกลางจึงได้มีหนังสือตอบกลับมายังหน่วยงาน ว่าโครงการ TH-AI Passport ไม่ได้เข้าเกณที่จะต้องทำข้อตกลงคุณธรรม
ส่วนกรณีมีการตั้งคำถามว่า Active user ไม่ชัดเจน นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ขอให้เข้าไปตรวจสอบดูในเว็บไซต์ของโครงการ รวมถึงช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่กระทรวงจะคอยอัปเดตข้อมูลด้วย เพราะเราจะแยกยอดออกเป็นสองส่วน คือส่วนของผู้ลงทะเบียน และ Active user พร้อมมองว่าหากมีการปั๊มยอดจริงๆคงมีผู้ลงทะเบียนครบ 5 ล้านคนไปแล้ว