BBC Thai
สี จิ้นผิง 'เจ้าชาย' ผู้เปี่ยมด้วยอภิสิทธิ์ที่เคยสูญเสียทุกสิ่ง ก่อนกลายเป็นผู้นำจีนที่ทรงอำนาจ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 6 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
ทันทีที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเดินทางไปถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐอเมริกาในวันพุธที่จะถึงนี้ นั่นจะเป็นครั้งแรกในการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในรอบ 11 ปี
Key facts
- ทันทีที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเดินทางไปถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐอเมริกาในวันพุธที่จะถึงนี้ นั่นจะเป็นครั้งแรกในการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในรอบ 11 ปี
- ทว่าประสบการณ์การเดินทางไปยังอเมริกาครั้งแรกของสี จิ้นผิง นั้นเกิดขึ้นก่อนหน้าที่เขาจะกลายเป็นผู้นำที่ทรงอำนาจที่สุดในหลายยุคสมัยของจีน
- วันนี้ สี จิ้นผิง ในวัย 73 ปี ก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ระดับล่างอีกต่อไป ตลอดเกือบ 14 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้นำจีน เขาได้พลิกโฉมทั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนและบทบาทของประเทศบนเวทีโลก
- เขาเกิด ณ กรุงปักกิ่ง ในปี 1953 โดยเป็นบุตรคนที่หกของ สี จงซุน เป็นนักปฏิวัติคอมมิวนิสต์ผู้มีบทบาทในการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน
- ในการให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2004 เขาเล่าถึงการเดินทางครั้งนั้นว่า "ทุกคนบนรถไฟร้องไห้กันหมด มีเพียงผมคนเดียวที่ยิ้ม..
- ในปี 2007 หลังจากดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของนครเซี่ยงไฮ้เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ สี จิ้นผิงได้รับการแต่งตั้งเข้าสู่ คณะกรรมการประจำกรมการเมือง (Politburo Standing Committee) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดของจีน
Summary
สื่อทางการจีนนำเสนอเรื่องการพักอาศัยกับครอบครัวชาวอเมริกันและมิตรภาพของเขากับ เทอร์รี แบรนสตัด ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ว่าการรัฐไอโอวา และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำจีนในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวของสี จิ้นผิงกับสหรัฐฯ
ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์นี้ถูกกำหนดด้วยการแข่งขันเพื่ออิทธิพลระดับโลก มาตรการภาษีตอบโต้ การควบคุมเทคโนโลยี และการแข่งขันทางทหาร
วันนี้ สี จิ้นผิง ในวัย 73 ปี ก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ระดับล่างอีกต่อไป ตลอดเกือบ 14 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้นำจีน เขาได้พลิกโฉมทั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนและบทบาทของประเทศบนเวทีโลก