BBC Thai
หยุดภาวะ "ดีเด่นเฟ้อ" ข้าราชการต้อง "เอ๊ะเก่ง" โฉมหน้าราชการไทยที่ ก.พ. อยากเห็นในยุคปฏิรูป
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ระบบราชการไทยจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างไรภายใต้แผนปฏิรูปราชการปี 2569 น่าจะเป็นคำถามแรก ๆ ที่สังคมฉุกคิดหลังได้ยินข่าว-ได้ยินคำสำคัญจากคนในรัฐบาล "อนุทิน 2" ทั้งกลางรัฐสภาและในหน้าสื่อ
Key facts
- ระบบราชการไทยจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างไรภายใต้แผนปฏิรูปราชการปี 2569 น่าจะเป็นคำถามแรก ๆ ที่สังคมฉุกคิดหลังได้ยินข่าว-ได้ยินคำสำคัญจากคนในรัฐบาล "อนุทิน 2"
- นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นทั้ง 3 ประธาน - คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) - ไม่ต้องการใช้คำว่า "ปฏิรูประบบราชการ"
- นายปิยวัฒน์บอก ก่อนไล่เลียงแผนปฏิบัติการของสำนักงาน ก.พ. ภายใต้เป้าหมายลดกรอบอัตรากำลังลงไม่น้อยกว่า 15% จากฐานข้าราชการพลเรือนที่มีอยู่ปัจจุบัน 4.1 แสนคน ภายในปีงบประมาณ 2575
- ไม่แน่ใจงบดูแลข้าราชการหัวละ 40 ล้านอยู่ภายใต้สมมติฐานใด
- เริ่มจากวิเคราะห์ลักษณะงาน ไม่ได้เอา 11 สายงานเป็นตัวตั้ง
- ปรับการประเมินผลงานใหม่-นำร่อง 3 กรม หลังพบ "ดีเด่นเฟ้อ"
Summary
เป้าหมายสำคัญของการปฏิรูประบบราชการระลอกนี้ เป็นไปเพื่อถอดสลัก "ระเบิดเวลาทางการคลัง" โดยหวังลดงบประมาณรายจ่ายประจำลง แล้วเพิ่มสัดส่วนงบลงทุนและพัฒนาจากราว 20% เป็น 30%
ใน ปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลต้องกันเงิน 1.24 ล้านล้านบาท จากงบประมาณแผ่นดิน 2.78 ล้านล้านบาทของรายจ่ายประจำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรภาครัฐที่มีอยู่ 3 ล้านคน แบ่งเป็น งบบุคลากรโดยตรง 6.7 แสนล้านบาท เพื่อจ่ายเงินเดือน, ค่าตอบแทน, ค่าจ้าง และงบกลาง 5.72 แสนล้านบาท เพื่อจ่ายเบี้ยหวัดบำนาญ, ค่ารักษาพยาบาล, เงินสำรองและเงินสมทบ, เงินเลื่อนขั้นและปรับวุฒิ, เงินช่วยเหลือ, เงินสมทบ
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นทั้ง 3 ประธาน - คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) - ไม่ต้องการใช้คำว่า "ปฏิรูประบบราชการ" โดยให้เหตุผลว่า "เป็นภาพจำของความล้มเหลว มีการตั้งคณะกรรมการ ตั้งคณะทำงาน แต่ไม่ลงมือทำ จึงขอใช้คำว่า 'การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ' แทน"