Nation TV
ไทยช่วยไทยพลัส ยอดสะพัด 1.61 แสนล้าน ลุ้น ครม. เคาะเฟสใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
โครงการไทยช่วยไทยพลัสยอดใช้จ่ายทะลุ 1.61 แสนล้านบาท ร้านค้ารับอานิสงส์ 1.19 ล้านแห่ง ด้านคลังเตรียมเสนอ ครม. พิจารณาเคาะเฟสใหม่ 22 ก.ย. นี้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
Key facts
- วงเงินสมทบจากภาครัฐ (60%) จำนวน 92,900.7 ล้านบาท
- วงเงินร่วมจ่ายจากประชาชน (40%) จำนวน 68,654.9 ล้านบาท
- 21 กันยายน 2569 รัฐบาลเผยความสำเร็จโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส หลังดัน เงินสะพัด 1 แสนล้าน ทะลุ 1.61 แสนล้านบาท ช่วยเหลือประชาชนแล้วกว่า 26 ล้านคน อัดฉีดผ่านกลไก Co-payment รัฐร่วมจ่าย 60% ดันเม็ดเงินกระจายลงสู่ร้านค้าฐานรากกว่า 1.19
- เมื่อวิเคราะห์ถึงโครงสร้างยอดใช้จ่ายสะสมจำนวน 161,555.6 ล้านบาท พบว่าเป็นผลจากการประสานพลังระหว่างงบประมาณภาครัฐและเงินออมหรือรายได้ของภาคประชาชนอย่างลงตัว โดยแบ่งออกเป็น
- การใช้จ่ายผ่านร้านค้าปกติ (Offline) รวม 155,335.8 ล้านบาท
- การใช้จ่ายผ่านบริการสั่งอาหาร (Food Delivery) รวม 6,219.8 ล้านบาท
Summary
สำนักนายกรัฐมนตรีเผยความสำเร็จของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก หลังโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (60/40) ได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลามจากประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยมียอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 161,555.6 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพของกลไกการร่วมจ่าย (Co-payment) ที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และเติมกำลังซื้อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในภาวะที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและเงินเฟ้อทั่วโลก
21 กันยายน 2569 รัฐบาลเผยความสำเร็จโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส หลังดัน เงินสะพัด 1 แสนล้าน ทะลุ 1.61 แสนล้านบาท ช่วยเหลือประชาชนแล้วกว่า 26 ล้านคน อัดฉีดผ่านกลไก Co-payment รัฐร่วมจ่าย 60% ดันเม็ดเงินกระจายลงสู่ร้านค้าฐานรากกว่า 1.19 ล้านแห่งทั่วประเทศ เพื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจ บรรเทาภาระค่าครองชีพ โดยผู้ได้รับสิทธิเดิมสามารถใช้จ่ายได้ถึง 30 ก.ย. นี้ ขณะที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. พิจารณา เคาะเฟสใหม่ ในวันที่ 22 ก.ย. 2569
อย่างไรก็ตาม สำหรับเศรษฐกิจไทย (GDP) ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนและแรงส่งที่เข้มแข็งจากการบริโภคภายในประเทศ (Private Consumption) และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตรงจุดจากภาครัฐ ซึ่งช่วยดูดซับแรงกระแทกและประคองเสถียรภาพทางเศรษฐกิจท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ